Перейти к содержимому

เพลง หลวงปู่สุด วัดกาหลง เชิดชัย วัชราภรณ์ เอ็มวีปาดเนื้อ ตำนาน..ปาฏิหาริย์

บ้านคนรักลูกทุ่งทีวีออนไลน์ ชาแนล

0:00 / 0:00

เพลง หลวงปู่สุด วัดกาหลง เชิดชัย วัชราภรณ์ เอ็มวีปาดเนื้อ ตำนาน..ปาฏิหาริย์

23 382 просмотра · 6 лет назад
บ้านคนรักลูกทุ่งทีวีออนไลน์ ชาแนล
211 тыс. подписчиков
23 382 просмотра · 6 лет назад
ทีวีออนไลน์บ้านคนรักลูกทุ่ง ช่องนี้เพื่อคุณ #ลุงพลป้าแต๋น หลวงพ่อสุด ท่านเป็นชาว อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดจากตระกูลชาวนา บิดาชื่อ นายมาก มารดาชื่อ นางอ่อนศรี เกิดวันที่ 7 พฤษภาภาคม 2445 ตรงกับ วันพุธ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ณ บ้านค้อใหญ่ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ในแผ่นดินของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพี่น้อง 3 คน คือ 1.นางบุตรดี มูลลิสาร 2.นางสาวหวด สัตตัง 3.พระครูสมุทรธรรมสุนทร ต่อมาเมื่ออายุ 16 ปี หลวงพ่อได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2461 ที่วัดกลางพนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด พระครูเม้า เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เป็นพระอาจารย์องค์สำคัญที่หลวงพ่อให้ความเคารพนับถืออย่างมาก ก่อนหน้าที่จะบวชเณร หลวงพ่อได้รับวิทยฐานะสำเร็จชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดคำหยาด ต.คำไฮ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด บวชเณรได้ระยะหนึ่ง หลวงพ่อก็เดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ดมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อแสวงหาความรู้ทางธรรมจากสำนักเรียนในกรุงเทพ เข้าใจว่า หลวงพ่อคงจะมาบวชเป็นพระที่วัดกาหลง นี่เอง ทั้งนี้เพราะใน พ.ศ. 2481 อายุได้ 36 สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดกาหลง ด้านการปกครอง พ.ศ. 2478 เป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง พ.ศ. 2479 เป็นเจ้าคณะหมวด พ.ศ. 2484 เป็นเจ้าคณะตำบล พ.ศ. 2495 เป็นสาธารณูปการอำเภอ ด้านการศึกษา พ.ศ. 2482 เป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดกาหลง พ.ศ. 2485 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2495 เป็นกรรมการการตรวจธรรมสนามหลวง ด้านสมณศักดิ์ พ.ศ. 2490 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นตรี พ.ศ. 2511 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นโท พ.ศ. 2517 เป็นพระครูสัญญบัตร ชั้นเอก พระครูสมุทรธรรมสุนทร ถึงแม้ท่านจะมิใช่คนสมุทรสาคร แต่ท่านก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชาวทะเลเลือดสมุทร เพราะคนในแถบ จ.สมุทรสาครท่านก็ได้ให้ความเมตตาช่วยเหลือมาตลอด และเป็นที่รักของลูกศิษย์ลูกหา ยันต์ตะกร้อ ยันต์ตะกร้อ เป็นยันต์ที่หลวงพ่อสุดได้ปลุกเสกขึ้นมา โดยตอนปลุกเสกนั้นหลวงพ่อท่านได้ลงคาถาอาคมโดยใช้ภาษาขอม เขมร และลาว โดยที่บทสวดที่ท่านสวดมีใจความว่า จะกระสุนก็ดี จะไฟก็ดี ก็ไม่สามารถจะทำอะไรเนื้อหนัง และกระดูกได้