Перейти к содержимому

คันเกาเลีย!!! สุนัขและแมวคัน เกา เลียขาตัวเอง เกิดจากอะไร ผิวหนังอักเสบติดเชื้อยีสต์อาการเป็นยังไง

Thai Pet Academy

0:00 / 0:00

คันเกาเลีย!!! สุนัขและแมวคัน เกา เลียขาตัวเอง เกิดจากอะไร ผิวหนังอักเสบติดเชื้อยีสต์อาการเป็นยังไง

2 636 просмотров · 1 г. назад
Thai Pet Academy
5,29 тыс. подписчиков
2 636 просмотров · 1 г. назад
9 สัญญาณ สุนัขเป็นเชื้อยีสต์ที่ผิวหนัง เมื่อสุนัขมีปัญหาโรคผิวหนัง ไม่ว่าด้วยอาการคัน แดง เลีย เกา หรือมีกลิ่นก็ตาม เจ้าของจะพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุของอาการดังกล่าว ปัญหาโรคผิวหนังในสุนัขมีได้ตั้งแต่ภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้สิ่ิงสูดดม การอักเสบระคายเคือง การติดเชื้อ ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายและอื่นๆอีกมากมาย โดยปกติแล้วชั้นผิวหนังและข่องหูของสุนัขจะมีเชื้อประจำถิ่น (Normal flora) อยู่แล้วในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อคงความสมดุลของชั้นผิวหนังและไม่ก่อโรคให้แก่สุนัข แต่หากผิวหนังของสุนัขและช่องหูมีการระคายเคืองหรือถูกรบกวนด้วยปัจจัยต่างๆจะมีผลทำให้เชื้อประจำถิ่นเพิ่มปริมาณมากขึ้น จากเชื้อประจำถิ่นที่ดีจะกลับกลายเป็นเชื้อที่ก่อโรคให้แก่สุนัข การเพิ่มขึ้นของเชื้อยีสต์บนผิวหนังสุนัขและช่องหูสุนัขจะทำให้สุนัขเกิดอาการคันและมีกลิ่นเหม็นหืน แต่อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อบนผิวหนังและหูเกิดได้จากหลายสาเหตุอาทิเช่นติดเชื้อแบคทีเรีย ติดเชื้อรา ติดเชื้อยีสต์ เป็นต้น จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์เพื่อการใช้ยารักษาอย่างถูกต้อง 9 สัญญาณ สุนัขเป็นเชื้อยีสต์ที่ผิวหนัง อาการที่พบในสุนัขที่เป็นเชื้อยีสต์ จะพบว่าผิวหนังจะมีการเปลี่ยนแปลงสีและกลิ่น ลักษณะของผิวหนังที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อยีสต์จะแปรเปลี่ยนตามบริเวณที่มีการติดเชื้อและความรุนแรงของการติดเชื้อยีสต์ 1. หนังมันเยิ้ม สุนัขที่ติดเชื้อยีสต์เป็นปริมาณมากจะพบว่าผิวหนังจะมีลักษณะมันเยิ้มง่าย สุนัขอาบน้ำไปเพียงไม่กี่วันก็จะมีลักษณะกลับมามันได้ง่าย 2. เป็นสะเก็ด สุนัขที่ติดเชื้อยีสต์บางตัวจะมีผิวหนังหลุดลอกและเป็นสะเก็ดอยู่ตามบริเวณที่มีการติดเชื้อยีสต์ 3. สุนัขส่ายหัว สุนัขที่มีการติดเชื้อยีสต์บริเวณศีรษะหรือช่องหูของสุนัข สุนัขจะเกิดความรำคาญและคันค่อนข้างมาก จนทำให้สุนัขแสดงอาการของการส่ายหัวหรือสะบัดหูไปมาหลายครั้ง 4. สุนัขคันและเกา สุนัขที่มีการติดเชื้อยีสต์จะทำให้มีอาการคันบริเวณที่ติดเชื้อ สุนัขจะใช้เท้าในการเกา แต่หากเป็นบริเวณอื่นที่ไม่สามารถเกาได้ถึง สุนัขจะใช้การถูไถลำตัวไปกับสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น สุนัขเอาตัวถูไถกับโซฟา 5. สุนัขเลียบ่อยขึ้น สุนัขที่ติดเชื้อยีสต์บริเวณปลายขา นิ้วเท้า หรืออุ้งเท้า สุนัขจะใช้วิธีของการเลียเพื่อลดอาการคัน 6. หนังบวมแดง การติดเชื้อปริมาณมากจะทำให้บริเวณนั้นมีการอักเสบบวมแดงได้ง่าย โดยเฉพาะสุนัขที่มีการเกาหรือเลียเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งทำให้บริเวณนั้นอักเสบยิ่งขึ้น 7. ผิวหนังมีกลิ่นหืน ผิวหนังที่ติดเชื้อยีสต์จะเกิดกลิ่นเหม็นหืนได้ง่ายกว่าปกติ แม้ว่าเจ้าของจะเพิ่งทำการอาบน้ำให้แก่สุนัข กลิ่นหืนก็จะกลับมาเกิดไวกว่าสุนัขทั่วไป 8. ขนร่วง หากมีการติดเชื้อและอักเสบมาก ผิวหนังบริเวณนั้นจะไม่มีความแข็งแรง และพบลักษณะของการร่วงหลุดของขนได้ 9. ผิวหนังมีสีดำคล้ำมากขึ้น สุนัขที่มีการติดเชื้อยีสต์เป็นเวลานานจะทำให้ผิวหนังมีการหนาตัวและเปลี่ยนสีเป็นสีดำคล้ำมากขึ้นกว่าปกติ การวินิจฉัยการติดเชื้อยีสต์ในสุนัข แม้ว่าอาการผิวหนังที่กล่าวไปแล้วทั้ง 9 ข้อ จะทำให้เจ้าของสุนัขสงสัยว่าสุนัขเป็นเชื้อยีสต์ แต่อย่างไรก็ตามลักษณะดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดจากการติดเชื้อชนิดอื่นๆได้เช่นเดียวกัน เบื้องต้นสุนัขที่มีอาการคัน แดง เลียผิวหนังหรือเกาหูนั้น จะต้องได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นโดยสุนัขและเก็บตัวอย่างที่หูหรือผิวหนังไปตรวจด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาสาเหตุ รักษาการติดเชื้อยีสต์ในสุนัข สิ่งสำคัญในการรักษาการติดเชื้อยีสต์ในสุนัขคือการวินิจฉัยให้ได้ว่าสุนัขมีการติดเชื้อยีสต์จริงๆ ร่วมด้วยกับการหาสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการติดเชื้อยีสต์เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ สุนัขที่ติดเชื้อยีสที่ลำตัวและใบหูจะต้องทำการรักษาโดยการกินยาต้านเชื้อยีสต์ร่วมด้วยกับการอาบน้ำหรือเช็คหูช่วย ส่วนการหาสาเหตุโน้มนำที่ทำให้ปริมาณของเชื้อยีสต์บนผิวหนังเพิ่มมากขึ้นจะช่วยทำให้การรักษาเป็นไปได้อย่างยั่งยืนโดยที่สุนัขจะมีโอกาสกลับมาเป็นเชื้อยีสต์อีกครั้งได้น้อยมากเมื่อทำการรักษาแก้ไขที่ต้นเหตุของการติดเชื้อ