Перейти к содержимому

การจัดการไวรัสตับอักเสบบีในการตั้งครรภ์และหลังคลอด: คัดกรอง รักษา และป้องกันแม่สู่ลูก

Dr. Lawitra Khiaokham

0:00 / 0:00

การจัดการไวรัสตับอักเสบบีในการตั้งครรภ์และหลังคลอด: คัดกรอง รักษา และป้องกันแม่สู่ลูก

8 просмотров · 6 дней назад
Dr. Lawitra Khiaokham
11 подписчиков
8 просмотров · 6 дней назад
เราจะดูแลมารดาที่ติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus: HBV) อย่างไร เพื่อให้ทั้งมารดาปลอดภัยและลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกให้ได้มากที่สุด? วิดีโอนี้นำเสนอแนวทาง การจัดการไวรัสตับอักเสบบีในการตั้งครรภ์และหลังคลอด อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การประเมินความเสี่ยงของมารดา การพิจารณายาต้านไวรัส การป้องกันทารกแรกเกิด การติดตามมารดาหลังคลอด ไปจนถึงบทบาทของพยาบาลในการให้ความรู้และสนับสนุนครอบครัว หัวใจสำคัญคือ การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไม่ควรเริ่มเฉพาะในห้องคลอด แต่ต้องเป็น continuum of care ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ → คลอด → หลังคลอด → การติดตามทารก เนื้อหาสำคัญ ได้แก่: • ความสำคัญของไวรัสตับอักเสบบีในหญิงตั้งครรภ์ • การตรวจคัดกรอง HBsAg ระหว่างตั้งครรภ์ • การประเมินภาวะติดเชื้อและสุขภาพตับของมารดา • การพิจารณาระดับการเพิ่มจำนวนของเชื้อ • การประเมินความเสี่ยงต่อการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก • การส่งต่อเพื่อประเมินโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ • การใช้ยาต้านไวรัสในรายที่มีข้อบ่งชี้ • การป้องกันการติดเชื้อในทารกแรกเกิด • การให้วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี • การใช้ Hepatitis B Immunoglobulin: HBIG เมื่อมีข้อบ่งชี้ • การให้วัคซีนครบตามกำหนด • การตรวจติดตามทารกหลังได้รับวัคซีน • การติดตามการทำงานของตับของมารดาหลังคลอด • การเฝ้าระวัง postpartum hepatitis flare • การให้นมบุตร • การรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง • การให้คำปรึกษาและลดความวิตกกังวล • การดูแลร่วมกันแบบสหสาขาวิชาชีพ 1. เริ่มจากการตรวจคัดกรองระหว่างตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HBV อาจไม่มีอาการเลย ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ทีมสุขภาพสามารถวางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับ: • การประเมินมารดา • การประเมินความเสี่ยงต่อทารก • การพิจารณายาต้านไวรัส • การเตรียมการป้องกันทารกทันทีหลังคลอด • การติดตามมารดาหลังคลอด เมื่อพบ HBsAg positive อาจจำเป็นต้องประเมินเพิ่มเติมตามแนวทาง เช่น HBV DNA, HBeAg, liver function tests และข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ 2. ยาต้านไวรัสในหญิงตั้งครรภ์ ในมารดาที่มีปริมาณไวรัสสูง อาจมีข้อบ่งชี้ในการใช้ยาต้านไวรัสในช่วงปลายของการตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงการถ่ายทอดเชื้อไปยังทารก Tenofovir disoproxil fumarate หรือ TDF เป็นยาที่ถูกใช้ในแนวทางสากลหลายฉบับเมื่อมีข้อบ่งชี้ในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ อย่างไรก็ตาม การเริ่มยา ช่วงเวลา และระยะเวลาการรักษาต้องได้รับการพิจารณาเป็นรายบุคคลตามแนวทางปัจจุบันและการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ สิ่งสำคัญคือ การให้ยาต้านไวรัสแก่มารดาไม่ได้ใช้แทนการป้องกันทารกหลังคลอด สองมาตรการนี้ต้องทำงานร่วมกัน 3. ป้องกันทารกทันทีหลังคลอด ทารกที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีต้องได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสมและตรงเวลา แนวทางโดยทั่วไปประกอบด้วย: วัคซีน Hepatitis B + HBIG เมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยควรดำเนินการให้เร็วที่สุดหลังคลอดตามแนวทางของประเทศและสถานพยาบาล หลังจากนั้น ทารกต้องได้รับวัคซีนให้ครบตามตารางที่กำหนด และควรมี post-vaccination follow-up testing ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อประเมินว่าทารกมีภูมิคุ้มกันเพียงพอและไม่ได้ติดเชื้อ 4. หลังคลอดยังต้องติดตามมารดา หลังคลอดไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการดูแล HBV การเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันหลังคลอดอาจสัมพันธ์กับการเกิด ตับอักเสบกำเริบหลังคลอด หรือ postpartum hepatitis flare ในมารดาบางราย โดยเฉพาะในรายที่มีการหยุดยาต้านไวรัสหลังคลอด จำเป็นต้องวางแผนการติดตามอย่างเหมาะสม การดูแลอาจประกอบด้วย: • ติดตาม liver function • ประเมินอาการของมารดา • ทบทวนแผนยาต้านไวรัส • เฝ้าระวัง hepatitis flare • นัดติดตามกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ • วางแผนการดูแล HBV ระยะยาว ไม่ควรหยุดยาต้านไวรัสด้วยตนเอง โดยไม่ได้หารือกับผู้ดูแลรักษา 5. มารดาที่ติดเชื้อ HBV ให้นมบุตรได้หรือไม่? โดยทั่วไป การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีของมารดาเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้ามของการให้นมบุตร หากทารกได้รับการป้องกันหลังคลอดอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ควรประเมินร่วมกับ: • ยาที่มารดาได้รับ • สภาพหัวนม • สุขภาพของทารก • ภาวะทางคลินิกของมารดา • แนวทางปัจจุบันของสถานพยาบาล หากมารดาได้รับยาต้านไวรัส ควรตรวจสอบความเหมาะสมของยานั้นกับการให้นมตามคำแนะนำปัจจุบัน 6. บทบาทของพยาบาล พยาบาลมีบทบาทสำคัญตลอด care pathway ได้แก่: • สนับสนุนการตรวจคัดกรอง • อธิบายผลตรวจด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย • สนับสนุน adherence ต่อการรักษา • ประสานการให้วัคซีนและ HBIG แก่ทารก • ติดตามการได้รับวัคซีนครบชุด • ประเมินอาการของมารดาหลังคลอด • สนับสนุนการให้นมบุตรอย่างเหมาะสม • ลดความกลัว ความเข้าใจผิด และ stigma • รักษาความลับของผู้รับบริการ • ประสานการส่งต่อเมื่อจำเป็น อ.ดร.ลวิตรา เขียวคำ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเหตุเพื่อการศึกษา: เกณฑ์การเริ่มยาต้านไวรัส ระยะเวลาในการรักษา ตารางวัคซีน และการตรวจติดตาม ควรยึดตามแนวทางระดับประเทศ แนวทางของผู้เชี่ยวชาญ และนโยบายของสถานพยาบาลที่เป็นปัจจุบัน HASHTAGS: #HepatitisB #HBV #HepatitisBInPregnancy #PregnancyAndHepatitisB #MotherToChildTransmission #VerticalTransmission #HBsAg #HBVDNA #Tenofovir #HepatitisBVaccine #HBIG #MaternalHealth #NewbornHealth #MaternalNewbornNursing #PostpartumCare #Breastfeeding #InfectiousDisease #ReproductiveHealth #EvidenceBasedPractice #ไวรัสตับอักเสบบี #ไวรัสตับอักเสบบีในหญิงตั้งครรภ์ #การตั้งครรภ์ #การป้องกันแม่สู่ลูก #การพยาบาลมารดาและทารก #สุขภาพมารดาและทารก #การพยาบาลหลังคลอด