Перейти к содержимому

ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564

yut

0:00 / 0:00

ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564

48 просмотров · 13 дней назад
yut
403 подписчика
48 просмотров · 13 дней назад
แบบทดสอบความรู้ (Short-Answer Quiz) คำชี้แจง: จงตอบคำถามต่อไปนี้โดยสรุปใจความสำคัญ (ความยาวประมาณ 2-3 ประโยค) 1. คำว่า "คำกล่าวหา" ตามระเบียบนี้ครอบคลุมถึงพฤติการณ์และบุคคลกลุ่มใดบ้าง? 2. ในกรณีที่ผู้กล่าวหาถอนคำกล่าวหาหรือถึงแก่ความตายในระหว่างการดำเนินการ กระบวนการตรวจสอบและไต่สวนของ ป.ป.ช. จะต้องยุติลงหรือไม่ เพราะเหตุใด? 3. ระเบียบกำหนดข้อห้ามสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มี "ส่วนได้เสีย" หรือ "เหตุโกรธเคือง" อย่างไร และบุคคลนั้นต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อพบว่าตนมีเหตุดังกล่าว? 4. ระยะเวลาในการ "ตรวจสอบ" เรื่องกล่าวหาตามระเบียบข้อ ๓๓ มีกำหนดการอย่างไร และสามารถขยายเวลาได้ในกรณีใดบ้าง? 5. การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้กล่าวหาหรือพยานมีข้อจำกัดอย่างไร และมีข้อยกเว้นในกรณีใด? 6. ในกรณีที่พยานหรือผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความยุติธรรม? 7. "ผู้ถูกร้อง" และ "ผู้ถูกกล่าวหา" มีความแตกต่างกันอย่างไรในเชิงสถานะทางคดีตามระเบียบนี้? 8. หากเจ้าหน้าที่พบว่าเรื่องกล่าวหาไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ ป.ป.ช. หรือเป็นความผิดไม่ร้ายแรงของเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่าง ระเบียบกำหนดให้ดำเนินการอย่างไร? 9. สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการรับทราบข้อกล่าวหาและการตรวจพยานหลักฐานมีขอบเขตเพียงใด? 10. การจัดตั้ง "คณะกรรมการร่วม" ระหว่าง ป.ป.ช. และอัยการสูงสุดจะเกิดขึ้นในกรณีใด และมีกรอบระยะเวลาการทำงานอย่างไร? เฉลยแบบทดสอบ (Answer Key) 1. คำตอบ: "คำกล่าวหา" หมายถึงข้อความหรือข้อเท็จจริงที่กล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ ว่ากระทำความผิดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. โดยไม่ว่าปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้กล่าวหาหรือไม่ก็ตาม ก็ถือเป็นคำกล่าวหาที่ต้องดำเนินการ 2. คำตอบ: ไม่หยุดดำเนินการ เนื่องจากระเบียบข้อ ๑๕ กำหนดว่าการถอนคำกล่าวหาหรือการตายของผู้กล่าวหา ไม่เป็นการตัดอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตรวจสอบและไต่สวนต่อไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม 3. คำตอบ: ห้ามบุคคลที่มีส่วนได้เสีย มีเหตุโกรธเคือง หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่กรณีเข้าร่วมดำเนินการเด็ดขาด โดยผู้ที่มีเหตุต้อห้ามต้องทำบันทึกแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทันที และห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย 4. คำตอบ: ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน โดยขอขยายเวลาต่อผู้อำนวยการได้ไม่เกิน ๙๐ วัน และหากจำเป็นสามารถเสนอต่อกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขยายได้อีก ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๙๐ วัน ยกเว้นกรณีต้องรอข้อมูลจากต่างประเทศ 5. คำตอบ: ห้ามเปิดเผยข้อมูลเฉพาะบุคคล รายละเอียดของพยาน หรือสำนวนที่อยู่ระหว่างดำเนินการเด็ดจนกว่าจะมีมติ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการไต่สวน หรือเป็นการเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนที่จัดทำโดยผู้ได้รับมอบหมาย ซึ่งต้องไม่กระทบต่อรูปคดีและความปลอดภัย 6. คำตอบ: เจ้าหน้าที่ต้องจัดหาล่ามให้โดยมิชักช้าเพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยล่ามต้องลงลายมือชื่อรับรองการแปลที่สุจริตและไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนข้อความ และให้ถือว่าการดำเนินการนี้ไม่ใช่การเปิดเผยความลับในหน้าที่ 7. คำตอบ: "ผู้ถูกร้อง" คือบุคคลที่ถูกกล่าวหาแต่ ป.ป.ช. ยังไม่มีมติให้รับเรื่องไว้ไต่สวน ส่วน "ผู้ถูกกล่าวหา" คือบุคคลที่ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้ดำเนินการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้ว 8. คำตอบ: ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวน หรือส่งให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกร้องดำเนินการทางวินัย หรือมอบหมายหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (เช่น ป.ป.ท.) รับไปดำเนินการแทน 9. คำตอบ: ผู้ถูกกล่าวหาต้องได้รับแจ้งข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรและมีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน ๑๕ วัน และสามารถขอตรวจพยานหลักฐานเพื่อประกอบการชี้แจงได้ เว้นแต่พยานหลักฐานนั้นจะกระทบต่อความปลอดภัยของพยานหรือสาระสำคัญของคดี 10. คำตอบ: เกิดขึ้นเมื่ออัยการสูงสุดเห็นว่าสำนวนการไต่สวนยังไม่สมบูรณ์เพียงพอจะดำเนินคดี โดยต้องตั้งคณะกรรมการร่วมฝ่ายละเท่ากันภายใน ๑๕ วัน และดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน หัวข้อคำถามสำหรับการเขียนเรียงความ (Essay Questions) คำชี้แจง: จงเลือกหัวข้อต่อไปนี้เพื่อเขียนวิเคราะห์เชิงลึกโดยใช้ข้อมูลจากระเบียบ ป.ป.ช. เป็นพื้นฐาน 1. วิเคราะห์ความสมดุลระหว่าง "ความเป็นอิสระในการใช้ดุลพินิจ" ของพนักงานเจ้าหน้าที่ กับ "อำนาจการกำกับดูแล" ของผู้บังคับบัญชาตามระเบียบฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ 2. อภิปรายกระบวนการและมาตรการในการรักษาความลับของทางราชการและการคุ้มครองความปลอดภัยของพยานตามที่ระบุในระเบียบตรวจสอบและไต่สวน 3. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของกำหนดระยะเวลา (Timeframe) ในการตรวจสอบและไต่สวนตามระเบียบนี้ ว่ามีส่วนช่วยเร่งรัดกระบวนการยุติธรรมและป้องกันการประวิงเวลาได้อย่างไร 4. อธิบายบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในฐานะ "พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่" ในกระบวนการจับกุมและควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 5. วิเคราะห์ความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศในกระบวนการไต่สวนกรณีร่ำรวยผิดปกติ https://www.nacc.go.th/bla/categoryde...