Перейти к содержимому

ชัวร์ก่อนแชร์ : รู้ได้อย่างไร ว่าร่างกายมีเชื้อดื้อยา ?

ชัวร์ก่อนแชร์ Sure And Share

0:00 / 0:00

ชัวร์ก่อนแชร์ : รู้ได้อย่างไร ว่าร่างกายมีเชื้อดื้อยา ?

19 795 просмотров · 6 лет назад
ชัวร์ก่อนแชร์ Sure And Share
548 тыс. подписчиков
19 795 просмотров · 6 лет назад
บนสังคมออนไลน์แชร์ข่าวสารการสูญเสียชีวิตหลายกรณีที่เกิดจาก “เชื้อดื้อยา” แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีเชื้อดื้อยาหรือไม่ รวมทั้งจะป้องกันอย่างไร ติดตามข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ จากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ 🎯 ตรวจสอบกับ ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ประธานคณะทำงานสร้างความเข้มแข็งของประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (สยส.) 🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์ ----------------------------------------------------- 📌 สรุป 📌 Q : เราจะรู้ได้ยังไงครับว่า ร่างกายมีเชื้อดื้อยา ? A : สำหรับประชาชนทั่วไป ดูไม่ออกหรอกว่า เรามีเชื้อดื้อยาอยู่ในร่างกายหรือไม่ จนกว่าเราจะเป็นโรค แล้วเมื่อไปรักษาไม่ดีขึ้น คุณหมอก็บอกว่า คุณเชื้อดื้อยาแล้วนะ คุณหมอก็เอาเชื้อไปเพาะ ผลรายงานก็กลับออกมาว่าติดเชื้อดื้อยา อย่างนี้ถึงจะมารู้ภายหลัง Q : ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะแน่ใจว่ามีเชื้อดื้อยาหรือไม่ วิธีหนึ่งที่ช่วยให้รู้ได้ คือการสังเกตพฤติกรรมตัวเองที่ผ่านมา ? A : รู้ได้เบื้องต้น มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการติดเชื้อที่เป็นเชื้อดื้อยา 1. ใช้ยาปฏิชีวนะหลาย ๆ ครั้ง อย่างต่อเนื่อง เป็นนิดเป็นหน่อย เป็นนู่นเป็นนี่ ก็ใช้ยาปฏิชีวนะ ก็ใช้อยู่เรื่อย ใช้อยู่เรื่อย 2. ใข้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ครบเวลาที่ควรจะเป็น 3. ใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่ตรงตามขนาดยา ขนาดยาน้อยไป ระยะเวลาในการรักษาสั้นไป หรือ 4. ใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ รวมทั้ง 5. ใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างเกินความจำเป็น Q : พฤติกรรมเสี่ยงดื้อยา มักจะเกิดกับคนที่มักหาซื้อยากินเองเป็นประจำ ? A : ประชาชนจำนวนหนึ่งไปร้านขายยาก็บอกว่า “เอายาดี ๆ นะ” ซึ่งคำว่า “ดี ๆ” ของเขา มันอาจจะหมายถึงยาที่ออกฤทธิ์กว้าง ซึ่งไม่ได้จำเป็นในการรักษาโรคทั่วไปนะครับ การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ดี ควรจะเป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์เจาะจง ต่อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดโรค ไม่ควรเป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ กว้างขวางครอบคลุมแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งจะส่งผลให้แบคทีเรียมากมายเกิดการดื้อยาขึ้น และแบคทีเรียเหล่านั้น ก็จะสะสมในร่างกายของคนที่ใช้ยา Q : การดื้อยา จะส่งผลเสียอย่างมาก ? A : โดยเฉพาะกรณี ถ้าหากเราเป็นโรคบางอย่าง แล้วแพทย์ก็ให้การรักษา โดยแพทย์ไม่รู้ว่า เรามีเชื้อดื้อยาอยู่ในร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น มีคนไข้คนหนึ่งมาหาหมอ ด้วยอาการไข้หนาวสั่น ซึ่งคุณหมอก็วินิจฉัยได้แล้วว่า เป็นการติดเชื้อ ของทางเดินปัสสาวะ คุณหมอก็ให้ยากินไป คนไข้กินยาอยู่วันหนึ่ง อาการไข้หนาวสั่นก็ยังไม่หายไป ดูจากประวัติ เป็นบุคคลที่ใช้ยาปฏิชีวนะมากกว่า 10 ครั้ง ในช่วงเวลาไม่กี่ปี ที่ผ่านมา ทำให้คุณหมอผู้รักษาตระหนักว่า คนไข้คนนี้ น่าจะเป็นการติดเชื้อดื้อยา ซึ่งถ้าหากว่า คุณหมอไม่ฉุกคิดตรงนี้ หรือว่า คนไข้ไม่ได้ให้ประวัติ อาจจะใช้ยาเดิมต่อไป ซึ่งก็ไม่หายอยู่ดี เชื้อก็จะกระจาย จากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เข้าสู่กระแสเลือด และทิ้งระยะเวลาให้เนิ่นนานออกไป ก็จะมีอาการรุนแรงขึ้น ที่เราเรียกว่า เซปติกช็อก ก็คือ การติดเชื้อในกระแสเลือด จะทำให้ความดันตก และในที่สุดก็อาจจะเสียชีวิตได้ Q : ดังนั้น ถ้ารู้ตัวว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงดื้อยา จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ ? A : มีไข้ไม่สบาย ไปพบแพทย์ ก็ควรจะจแจ้งให้แพทย์ทราบ ถึงประวัติการใช้ยาปฏิขีวนะในอดีต เช่น ทราบว่า ใช้ยาปฏิชีวนะชื่ออะไรมาก่อนบ้าง ใช้มาก่อนมากน้อยเพียงใด อย่างนี้เป็นต้น อันนี้จะเป็นตัวช่วยให้คุณหมอตัดสินใจ จะเลือกยาปฏิชีวนะใดจึงจะสามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ Q : ทางที่ดีควรปรับพฤติกรรมตนเอง ? A : ถ้าหากรู้ว่าเราปฏิบัติตัวเช่นนั้น และมีความกังวลแล้วล่ะ ว่าเราก็คงจะมี (เชื้อดื้อยา) อยู่ในตอนนี้ จะทำยังไงดี ? ข่าวดีครับ หากเราไม่เติมยาปฏิชีวนะเข้าไปอีก เราเว้นระยะไว้นาน ๆ หน่อยนะครับ 9 เดือน 1 ปี หรือนานกว่านั้นยิ่งดีเลยนะครับ เชื้อดื้อยาที่มีในร่างกายเรา ก็จะค่อย ๆ หมดไป กลายเป็นเชื้อดีเข้ามาทดแทนได้ Q : แม้การรับเชื้อดื้อยาอาจจะมีสาเหตุอื่นด้วย ? A : แต่ปัจจัยหลักที่เราควบคุมได้ ก็คือพฤติกรรมของเรา อันที่ 1 ดูแลรักษาสุขภาพโดยรวมให้ดี ถ้าหากเราป่วย โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ ได้แก่ น้ำมูก ไอเจ็บคอ แล้วก็โรคทางอาหาร ได่แก่ ท้องร่วง ปวดท้อง อาเจียน ให้ประชาชนคิดไว้ก่อนเลยว่า ไม่ต้องใช้ยาปฏิขีวนะ เพื่อให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะเกินจำเป็น เพื่อไม่นำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยา Q : สรุปแล้วเรื่องเชื้อดื้อยานี่เป็นอย่างไร ? A : เมื่อเราติดเชื้อแบคทีเรีย เราจะต้องกินยาปฏิชีวนะให้ครบ กินให้หมด เพื่อป้องกันการดื้อยา แต่ถ้าเรามารู้ ระหว่างที่กินยาปฏิชีวนะอยู่นั้น ว่า เป็นการกินที่ผิด หรือเป็นการกินที่ไม่สมเหตุผล ไม่ตรงกับโรคที่เราเป็น รู้แล้ว ต้องหยุดทันที ยิ่งกินต่อเนื่องไป ก็ยิ่งสร้างปัญหาเชื้อดื้อยาสะสมไว้ในร่างกายของเรา 👉👉 ทุกการกระทำ ล้วนมีผลที่ตามมา ไม่ช้าก็เร็ว การหมั่นดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจข้อเท็จจริง จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง 👈👈 ----------------------------------------------------- 🎯 หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ "ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์" 🎯 LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40sureandshare FB ::   / sureandshare   Twitter ::   / sureandshare   IG ::   / sureandshare   Website :: https://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com TikTok ::   / sureandshare   ข่าวค่ำ :: สำนักข่าวไทย อสมท | ช่อง 9 MCOT HD เลข 30 | http://www.tnamcot.com