โหมโรงพม่าวัด บรรเลงโดย วงบ้านบัวหลวง
Thai Traditional Dance and Drama
0:00 / 0:00
โหมโรงพม่าวัด บรรเลงโดย วงบ้านบัวหลวง
2 469 просмотров · 3 года назад
Thai Traditional Dance and Drama
22,2 тыс. подписчиков
2 469 просмотров · 3 года назад
โหมโรงพม่าวัด บรรเลงโดย วงบ้านบัวหลวง
โหมโรงพม่าวัด เป็นเพลงที่ครูเพ็ง น้องชายพระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร) หรือครูมีแขก แต่งขึ้นเมื่อประมาณต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเพลง ๓ ท่อน โดยรวมเพลงพม่าตอนหนึ่งไว้ เพื่อให้เข้ากับชุดเพลงพม่าห้าท่อน
-----------------------------------------
วงบ้านบัวหลวง
วงปี่พาทย์บ้านบัวหลวง ก่อตั้งโดย พ่อชุบ บัวหลวง (เสียชีวิตแล้ว) ตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ ๕๐ หมู่ ๘ ต.บ้านใหม่ (หางกระเบน) อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยบิดาชื่อนายเหลี่ยม มารดาชื่อนางพริ้ง บัวหลวง
มีภรรยาชื่อนางชดช้อย บัวหลวง มีบุตรธิดาทั้งหมด ๖ คน เรียนประถมที่โรงเรียนปฐมวิทยาคาร
ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และได้เริ่มเรียนดนตรีไทยตอนอยู่ประถมปีที่ ๓
กับครูพลอย ซึ่งครูพลอยเป็นคนกรุงเทพฯ ได้มาอยู่บ้านญาติชื่อนายมูน โดยเรียนฆ้องวงใหญ่
และจากนั้นได้เรียนระนาดกับครูขัน โสวัตร อยู่ที่วัดกะสังข์ อยุธยา ซึ่งสามารถเริ่มบรรเลงออกงานได้
และในขณะเดียวกันนายชุบ มีความสามารถในการวิ่งแข่ง สมัยนั้นเรียกว่า วิ่งวัว โดยใครวิ่งไปถึงธง
และจับได้ก่อนถือว่าชนะ นายชุบ วิ่งชนะคู่แข่งตลอด ฉายาที่ได้คือ "ไอ้โปน" เงินรางวัลที่ได้จากการวิ่งวัว
นายชุบจะเก็บเล็กประสมน้อยนำเงินไปซื้อเครื่องดนตรีไทยทีละชิ้น ๆ จนสามารถสะสมเครื่องดนตรีได้เป็นวงใหญ่ (วงปี่พาทย์) ทั้งเครื่องไทยและเครื่องมอญ หลังจากเรียนจบชั้นประถม นายชุบก็รับงานเล่นดนตรีปี่พาทย์
ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล ตลอดจนมารับบรรเลงร้องให้กับคณะลิเกหลายคณะ และที่เล่นประจำคือ
"คณะจำเนียรน้อยลูกท่าเรือ" หรือนายจำเนียร บุญประกอบ ซึ่งปัจจุบันเป็นคุณตาของ "ศรราม น้ำเพชร"
และ "คณะดวงแก้วลูกท่าเรือ" ซึ่งเป็นคุณแม่ของศรราม น้ำเพชร ส่วนการบรรเลงร้องรับลิเก หรือการรับราชนิเกิงนั้น นายชุบถือได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มนำเครื่องดนตรีสากล เช่น กลองชุด เบส กีต้าร์ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับปี่พาทย์รับลิเกและเพลงที่ใช้เป็นเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง หรือเพลงสากลบ้าง ซึ่งก่อนออกแขกของลิเกจะมีการโชว์เพลงดังกล่าวแล้วจึงออกแขกลงโรง ทำให้มีความสนุกสนาน มีอรรถรสทั้งผู้ชมและผู้ฟัง ตลอดจนผู้เล่นลิเกก็สนุกตามไปด้วย แต่ก่อนลิเกสามารถแสดงยันสว่างแล้วแต่เจ้าภาพ ส่วนนายชุบซึ่งบรรเลงระนาดเอกและนักดนตรีอื่น ๆ
จะต้องโหมโรงตั้งแต่สองทุ่มจนพระอาทิตย์ขึ้นหรือฟ้าแจ้งโดยไม่มีเวลาพักแต่อย่างใด นอกจากจะปวดหนักปวดเบานั่นแหละจึงจะพักได้
ในขณะที่นายชุบบรรเลงระนาดในงานหนึ่ง นายชุบมีอาการปวดหัวอย่างหนักจึงรีบกลับบ้านและเป็นอัมพฤกษ์
โดยเส้นเลือดในสมองตีบซีกขวาใช้การไม่ได้ โดยรักษาที่ รพ.รามาธิบดีตลอดมา จนในที่สุดก็ได้เลิกบรรเลงระนาดที่ตนรัก ครั้งยังเล่นระนาดนายชุบได้ถ่ายทอดวิชาดนตรีไทยให้บุตรชายและบุตรสาว ลูก ๆ หลาน ๆ นักเรียนตลอดจนชาวบ้านหางกระเบนและใกล้เคียงตลอดมาจนปัจจุบัน โดยใช้มือซ้ายที่ใช้การได้ข้างเดียวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อสืบสานอนุรักษ์ดนตรีไทยให้เจริญรุ่งเรืองและไม่ให้หายไปจากชาติไทย อย่างน้อยดนตรีไทยก็เป็นอาชีพที่เลี้ยงชีพได้อย่างสบาย และที่สำคัญนายชุบ บัวหลวง ได้สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาตลอดจนบุตรธิดาให้เป็นคนดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และห้ามเล่นการพนันโดยเด็ดขาด เนื่องจากนายชุบไม่ชอบการพนันและสิ่งเสพติด ซึ่ง ร.ต.ท.วีรกานต์ บัวหลวง ได้สืบทอดวิชาจากพ่อชุบได้เป็นอย่างดี จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้สืบสานวงปี่พาทย์ทองชุบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันวงปี่พาทย์บ้านบัวหลวง ได้ดำเนินกิจการสืบทอดและพัฒนาความรู้ทางด้านดนตรีไทยทั้งแนวอนุรักษ์
และแนวสร้างสรรค์ มีการประยุกต์นำเครื่องดนตรีสากลเข้ามาในวงดนตรีไทย รวมถึงบทเพลงไทยประเภทต่าง ๆ
ในรูปแบบการสร้างสรรค์และต่อยอดพัฒนาความรู้ทางด้านดนตรี แต่ก็ยังอนุรักษ์ดนตรีและบทเพลงของครูโบราณจารย์ที่ได้ทำไว้
วงปี่พาทย์บ้านบัวหลวงเป็นวงปี่พาทย์หนึ่งที่มีชื่อเสียงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง
เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากสังคม มีการรับงานบรรเลงวงดนตรีไทยและวงดนตรีไทยประยุกต์ สร้างสรรค์ทั้งงานมงคลและอวมงคลทุกรูปแบบ โดยมี ร.ต.ท.วีรกานต์ บัวหลวง และนางสาวรัฐฐาวรรณ์ บัวหลวง เป็นผู้ควบคุมและดูแล
----------------------------------------
รายชื่อนักดนตรี
ปี่ใน : ส.ต.อ.วัชรพงศ์ กาญจนวรุตม์, นายโกวิท ยิ่งเกียรติคุณ
ระนาดเอก : ส.ต.ต.ขจรศักดิ์ พิณพาทย์
ระนาดทุ้ม : นายจักรพงศ์ ธีระพันธ์, นายอดิศักดิ์ กะตะเวที
ฆ้องวงใหญ่ : นายชัยวัฒน์ ครุฑบุญ, นายสินชัย สุกัญญี
ฆ้องวงเล็ก : นายธนกฤต บัวหลวง, นายวัชรินทร์ ม่วงท้วม
กลองแขก : นายยุทธภูมิ จิ๋วเจียม
กลองแขก : นายจิรศักดิ์ วงเวียน
กลองสองหน้า : นายสุพจน์ ศุขสายชล, นายอนุพงศ์ อภิวันท์
เครื่องภาษา ๑ : นายสิทธิชัย ดวงศิริ
เครื่องภาษา ๒ : นายสมนึก จินดาวงษ์
เครื่องภาษา ๓ : นายกิตติพงษ์ นกด่วน
เครื่องภาษา ๔ : นายสงกรานต์ ศรีเจริญ
ฉิ่ง : นายสมชาย เอี่ยมสะอาด
กรับ : นางสาวสุดที่รัก จันทร์กลิ่น
ฉาบเล็ก : นางสาวจันทิมา จินดาวงษ์
นักร้อง ๑ : นายอภิรักษ์ นาจพินิจ
นักร้อง ๒ : นายอานนท์ กาญจนโพธิ์
นักร้อง ๓ : นางสาวสุดารัตน์ เชยสกุล
ฝึกซ้อม : นายสืบศักดิ์ ดุริยะประณีต, นายธีรศักดิ์ ชุ่มชูศาสตร์, นายจำลอง ม่วงท้วม
ควบคุมวง : ร.ต.ท.วีรกานต์ บัวหลวง, นางสาวรัฐฐาวรรน์ บัวหลวง
ผู้ดำเนินรายการ
อาจารย์เกรียงไกร อ่อนสำอางค์
-------------------------------
ฟังดนตรีที่จุฬาฯ
ขอเชิญชมจุฬาวาทิต ครั้งที่ ๒๒๓
รายการ "ประชันเพลง บรรเลงปี่พาทย์"
ระหว่าง "วงทับพรวาทิต"
ควบคุมวงโดย อาจารย์สมชาย ทับพร
กับ "วงบ้านบัวหลวง"
ควบคุมวงโดย ร.ต.ท.วีรกานต์ บัวหลวง และ นางสาวรัฐฐาวรรณ์ บัวหลวง
วันศุกร์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๕
เวลา ๑๘.๐๐ น.
ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย