Перейти к содержимому

ภาพเก่าเล่าเรื่อง : รถไฟไทย, รถจักรไทย Thai Locomotive. # 4

ThaiEsan2

0:00 / 0:00

ภาพเก่าเล่าเรื่อง : รถไฟไทย, รถจักรไทย Thai Locomotive. # 4

1 290 просмотров · 4 г. назад
ThaiEsan2
32,6 тыс. подписчиков
1 290 просмотров · 4 г. назад
ภาพเก่าเล่าเรื่อง : รถไฟไทย, รถจักรไทย Thai Locomotive. # 4 รางขนาด 1.435 เมตร เกจนี้มีชื่อเรียกว่า เกจมาตรฐานยุโรป (European Standard Gauge) เรียกอย่างง่ายว่า เกจมาตรฐาน เป็นเกจที่ชาติยุโรปในอดีตร่วมกันกำหนดให้เป็นเกจมาตรฐานประจำทวีปยุโรป ปัจจุบันก็เป็นเกจที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลก ภูมิภาคที่ใช้งานเกจนี้เป็นหลักได้แก่ ทวีปยุโรป, ทวีปอเมริกาเหนือ, กลุ่มประเทศอาหรับ และประเทศจีน การพัฒนารางรถไฟในประเทศไทยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการสร้างรางรถไฟขนาด 1.435 เมตร ที่ไทยเราไม่ใช้ขนาดเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้รางขนาด 1 เมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นอาณานิคมจากอังกฤษและฝรั่งเศสที่เข้ามายึดครองอินโดจีนในขณะนั้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 รางรถไฟในประเทศไทยใช้รางขนาด 1.435 ทั้งหมด ทางรถไฟสายเหนือสร้างถึงเชียงใหม่ ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือสร้างถึงนครราชสีมา สายใต้ จากสถานีรถไฟธนบุรีถึงสถานีรถไฟเพชรบุรี เป็นรางขนาด 1.435 เมตร ขนาดความกว้างของรางรถไฟ โดยวัดจากหัวราง ด้านในข้างซ้ายถึงหัวรางด้านในข้างขวา ทางที่มีขนาดความกว้างของราง 1 เมตร เรียกว่า เมตรเกจ (Metre gauge) การใช้ความเร็วก็ต้องน้อยกว่าขนาด 1.435 เมตร อย่างแน่นอน ขนาด 1 เมตร ใช้ความเร็วได้ 100 กม.ต่อชั่วโมง ขณะที่ความเร็ว 1.435 เมตร ใช้ความเร็วได้ 160 กม.ต่อชั่วโมง การแล่นรถก็คงไม่จำเป็นที่ต้องใช้ความเร็วสูงสุด เพราะปัญหาต่าง ๆ มีมาก ถนนที่ตัดผ่านทางรถไฟก็ยังมีไม่เพียงพอ มี วัว ควาย เดินผ่านรางรถไฟอยู่บ่อย ๆ แต่การใช้รางขนาดกว้าง ตู้รถไฟย่อมมีความกว้างมากขึ้น ความจุในการขนส่งก็มากขึ้น ระยะหลังสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้ไทยต้องรื้อระบบรางจาก 1.435 เมตร เป็น 1 เมตรทั่วประเทศในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อพูดถึงรถไฟแล้ว ก็ต้องขอย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนที่ไทยจะมีรถไฟเสียก่อนครับ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อังกฤษและฝรั่งเศส แสวงหาอาณานิคม แผ่อิทธิพลมาครอบคลุมบริเวณแหลมอินโดจีน ฝรั่งเศสยึดเวียดนามและกัมพูชาเป็นอาณานิคมแล้ว พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคมโดยเส้นทางรถไฟ เพราะขณะนั้นการใช้ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขตได้ ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง มีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียง จึงสมควรสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศ เพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดน เพื่อสะดวกในการปกครองตรวจตราป้องกันการรุกราน เป็นการเปิดให้ประชาชนพลเมือง มีโอกาสเข้าไปใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจและจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อครั้งที่อเมริกาเกิดสงครามกลางเมือง ระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ ปัจจัยที่ทำให้ภาคเหนือชนะ คือระบบขนส่งทางรถไฟ เพราะสามารถส่งเสบียงบำรุง ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปแนวรบได้โดยสะดวก เพราะหากทหารขาดเสบียงสนับสนุน รับรองต้องแพ้สงครามแน่นอน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักในเรื่องนี้ประกอบกับพระองค์ได้เสด็จไปต่างประเทศเห็นกิจการรถไฟว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก ครั้งแรกพระองค์ เสด็จไปยังสิงคโปร์และครั้งที่สองคืออินเดีย ตลอด 47 วัน ในการเสด็จเยือนอินเดีย ร.5 ทรงใช้เวลาที่กัลกัตตานานถึง 2 สัปดาห์ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2415 พระองค์พร้อมด้วยเหล่าคณะขุนนางสยามได้เสด็จฯ ไปยังเดลีและอีกหลายเมืองสำคัญ โดยมีขบวนรถไฟพิเศษที่รัฐบาลอินเดียจัดถวายเป็นพระราชพาหนะ รถไฟถือเป็นประดิษฐกรรมใหม่ของอังกฤษในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่มาพร้อม ๆ การปฏิวัติอุตสาหกรรม อินเดียขณะนั้นมีทางรถไฟรวมกันแล้วทั้งสิ้น 6,823 ไมล์ พระองค์คือพระมหากษัตริย์ไทยองค์แรกที่ได้มีโอกาสประทับบนพาหนะชนิดนี้ ตลอดระยะเวลายาวนานรวม 200 ชั่วโมง การเดินทางกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางรถไฟที่มีอยู่ในอินเดีย ทำให้พระองค์เข้าใจถ่องแท้ถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่ระบบการขนส่งแบบใหม่นี้ ได้นำความทันสมัยมาสู่ประเทศอินเดีย อีก 25 ปี ต่อมา คือปี พ.ศ.2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก (Sir Andrew Clark) และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ Messrs Punchard, Mac Taggart, Lowther & Co.) สำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟจาก กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ มีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรี – เมืองนครราชสีมา เส้นทางจากเมืองอุตรดิตถ์ – ตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขง อีกสายหนึ่งจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวง โดยสำรวจให้แล้วเสร็จเป็นตอน ๆ รวม 8 ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2430.................. ............................ Playlist https://bit.ly/3C5ZGHc