Перейти к содержимому

คูเป้ในความทรงจำ ยุค 80 Nissan Sunny Coupe : Car Culture Thailand EP.235

Car Culture Thailand

0:00 / 0:00

คูเป้ในความทรงจำ ยุค 80 Nissan Sunny Coupe : Car Culture Thailand EP.235

12 293 просмотра · 1 месяц назад
Car Culture Thailand
110 тыс. подписчиков
12 293 просмотра · 1 месяц назад
#nissan #sunny (#นิสสันซันนี่ ) ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและเป็นหนึ่งในรถระดับตำนานในใจคนไทย ในยุคที่จัดจำหน่ายโดย บริษัท สยามกลการ จำกัด ด้วยชื่อเสียงด้านความทนทาน เครื่องยนต์อึด และช่วงล่างที่ไว้ใจได้ ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์คันแรกของหลาย ๆ ครอบครัวยุคนั้น ประวัติศาสตร์ของ Nissan Sunny ที่เคยเข้ามาโลดแล่นและทำตลาดหลัก ๆ ในเมืองไทย สามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุคสำคัญ 1. ยุคเบิกทาง: Datsun Sunny (รหัส B110 / B210 / B310)ในช่วงปี 1970–1981 รถยนต์ในตระกูลนี้ยังใช้ชื่อแบรนด์เก่าอย่าง #datsun (#ดัทสัน)รุ่นที่สร้างชื่อคือ Sunny #120Y (B210) และ Sunny #b310 โดยเฉพาะรุ่นปรับโฉมไฟเหลี่ยมที่มาในฉายา "City Boy" ตัวรถยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ขุมพลังเครื่องยนต์ตระกูล A ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดน้ำมัน 2. ยุคทองสร้างตำนาน "แซยิด": Nissan Sunny FF #sunnyff (รหัส #B11)เปิดตัวในไทยช่วงปี 1983 และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของแบรนด์ นั่นก็คือเป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (Front Wheel Drive) จึงเป็นที่มาของชื่อ Sunny FF และยังเป็นรุ่นแรกที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อแบรนด์ Nissan แทน Datsun อย่างเป็นทางการสร้างสถิติลากขายยาวนาน ที่เรียกกันว่า "แซยิด" (ฉลองอายุยืน) ในขณะที่ตลาดโลกเลิกขายไปตั้งแต่ปี 1985 แต่ในประเทศไทยได้รับความนิยมสูงมากจนสยามกลการลากขายยาวนานถึง 13 ปี (สิ้นสุดปี 1996) มีทั่งตัวถัง Sedan 4 ประตู และ Fastback 3 ประตู ส่วนตัวถัง Coupe 2 ประตู และ แวกอน 5 ประตู ไม่มีขายในบ้านเรา นอกจากนั้นเนื่องจาก Sunny B11 ขายดีและลากขายยาวนานมาก ทำให้ Nissan ประเทศไทยต้องนำ Sunny เจเนอเรชันถัดมาอย่าง B12 และ B13 เข้ามาขายควบคู่ไปกับ Sunny B11 กันไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ชื่อ Nissan Sentra ที่เป็นชื่อที่ใช้ในอเมริกาแทน เพื่อไม่ให้ทับไลน์กันเอง 3. การกลับมาอีกครั้งของชื่อ Sunny : หลังจากหยุดขายรุ่น B11 ไป ในปี 1995 Nissan ได้ตัดสินใจนำชื่อ Sunny กลับมาใช้อีกครั้งกับรหัสตัวถัง B14 (แทนที่ชื่อ Sentra ในรุ่นก่อนหน้า)ตัวรถปรับดีไซน์ให้มีความโค้งมนตามยุคสมัย บ้านเราเรียกโฉมนี้ว่ารุ่นไฟท้ายยาว 4. ยุคสุดท้ายในไทย: Nissan Sunny Neo (รหัส N16)เปิดตัวครั้งแรกในปี 2000 เพื่อต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Corolla Altis และ Civic:ความต่างจากตลาดโลก: แบรนด์ไม่ได้นำ Sunny B15 ของญี่ปุ่นมาขายเพราะดูเรียบเกินไป แต่เลือกนำเอาแพลตฟอร์มของรุ่น Bluebird Sylphy (N16) มาสวมชื่อทำตลาดในไทยแทนฉายาเทียน่าน้อย: ได้รับการออกแบบให้เน้นความโอ่อ่า หรูหรา มีการตกแต่งลายไม้และเบาะหนัง จนคนเรียกว่าเป็นรถคันเล็กแต่หรูหราเหมือนรุ่นพี่ มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่คนไทยเรียกติดปากว่า "นีโอ ท้ายแตงโม" ก่อนจะยุติบทบาทการใช้ชื่อ Sunny ในไทยไปประมาณปี 2006 เพื่อส่งไม้ต่อให้กับ Nissan Tiida ส่วนในญี่ปุ่นเองนั้นหลังจากรุ่น B15 ก็ไม่ได้ทำรถรุ่น Sunny ออกมาอีก แต่ชื่อ Sunny ยังคงมีจำหน่ายอยู่ในหลายๆประเทศ อาทิ อินเดีย และตะวันออกกลาง โดยใช้รถรุ่น Almera ที่ขายในบ้านเรานั่นเอง สำหรับคนในบ้านเรานั้น ชื่อของ ซันนี่ ก็ยังคงเป็นภาพจำของรถยนต์ที่ "คุ้มค่าและทนทาน" ในใจของคนไทยยุค 80s-90s สำหรับรถของเราในวันนี้ Nissan Sunny FF Coupe (รหัสตัวถัง B11) ถือเป็นหนึ่งในรถสปอร์ต 2 ประตูระดับตำนานของเมืองไทยในยุค 80s-90s ที่สร้างปรากฏการณ์อย่างมาก เพราะมันคือ "รถสปอร์ตที่เอื้อมถึงได้ง่ายที่สุด" ในยุคนั้น และกลายเป็นไอเทมยอดฮิตของวัยรุ่นและนักซิ่งในอดีต ด้วยราคาเปิดตัวในยุคนั้นอยู่เพียงแค่ 2 แสนบาทกลางๆ ถึง 3 แสนบาทต้นๆ (แพงกว่ารุ่น 4 ประตูไม่มาก) ทำให้มันกลายเป็นรถสปอร์ตป้ายแดงคันแรกของวัยรุ่นยุคนั้น รวมถึงกลุ่มคนเริ่มทำงานที่อยากได้รถทรงสปอร์ต ปราดเปรียว แต่ดูแลรักษาง่ายเหมือนรถบ้าน รูปลักษณ์ของ Sunny FF Coupe โดดเด่นกว่ารุ่น 4 ประตูอย่างชัดเจนด้วย:เส้นสายตัวถังครึ่งคันหลังที่ลาดเทสไตล์ Fastback / Liftbackประตูบานท้ายเปิดยกขึ้นได้ทั้งกระจก เพิ่มความอเนกประสงค์กระจกประตูแบบไร้ขอบ (Frameless Doors) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตขนานแท้รูปร่างที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้ทรงรถดูซิ่งและแต่งขึ้นมาก เดิมที Sunny FF Coupe ออกมาจากโรงงานด้วยเครื่องยนต์รหัส E15 ความจุ 1.5 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ (ประมาณ 75-85 แรงม้า) ซึ่งเน้นประหยัดและทนทาน แต่อารมณ์ยังไม่สปอร์ตพอสำหรับสายซิ่ง จึงเกิดตำนานการโมดิฟายขึ้น: ไม่ว่าจะเป็นการลงเครื่องตรงรุ่นอย่าง E15 Turbo: 115 แรงม้า ที่ขยับความแรงขึ้นมา ช่วยให้ขับสนุกสะใจ ส่วนถ้าอยากแรงเพิ่มก็ต้องไปคบกับ เครื่อง CA18 DET / SR20 DET: ที่สำหรับสายฮาร์ดคอร์ในยุค 90s มักจะข้ามสายไปวางเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบขนาด 1.8 และ 2.0 ลิตรจากรุ่นพี่อย่าง Nissan Silvia หรือ Bluebird ทำให้รถคูเป้คันเล็กน้ำหนักเบารุ่นนี้ กลายเป็น "จรวดทางเรียบ" ที่ฉีกรถใหญ่ได้สบายๆ #ยุค80 #80s