Перейти к содержимому

"ทนายอั๋น" ร้อง DSI แจ้งจับ 7 กกต.-เลขาฯ แสวง ผิด ม.157 ปมจัดเลือกตั้งปี 69 ส่อไม่โปร่งใส

สํานักข่าวราษฎร Ratsadon News

0:00 / 0:00

"ทนายอั๋น" ร้อง DSI แจ้งจับ 7 กกต.-เลขาฯ แสวง ผิด ม.157 ปมจัดเลือกตั้งปี 69 ส่อไม่โปร่งใส

88 617 просмотров · 7 мес. назад
สํานักข่าวราษฎร Ratsadon News
904 тыс. подписчиков
88 617 просмотров · 7 мес. назад
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.พ. ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมภาคประชาชน กลุ่ม สว.สำรอง รวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ กกต. กรณีจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 และวันที่ 22 ก.พ.69 เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ จึงประสงค์ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำการสืบสวนสอบสวน เรียกสอบพยานพยานบุคคล รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว โดยมี นายนทีธร มีชัย รองผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง โดยทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนคือประขาชน ผู้ที่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ไม่ใช่คนของพรรคการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น มีความประสงค์ขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 และวันที่ 22 ก.พ.69 ที่เข้าข่ายไม่สุจริตเที่ยงธรรม ทำให้เกิดบัตรเขย่งหลักหลายแสนใบ มีการนับคะแนนผิดปกติ กปน. มุดเข้าไปเขียนขีดคะแนน กรณีที่มีการนำถุงดำไปคลุมกล้องวงจรปิด มีการนำเอาใบขีดนับคะแนนไปทิ้งในกองขยะ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่ามีคนได้ไปร้องเรียนที่ กกต. เกือบ 7,000 เรื่องแล้ว มีข้อครหาสำคัญคือการใช้บัตรพิเศษ ซึ่งตนไม่รู้ว่าความพิเศษนี้เอื้ออำนวยให้ใครหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีของการปรากฏสัญลักษณ์ QR Code และ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมันจะย้อนกลับไประบุตัวตนของผู้ที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้หรือไม่ ไม่ว่าใครก็ตาม รู้ได้ว่าคนนั้นเลือกใคร มันไม่เป็นผลดี ดังนั้น พฤติการณ์เหล่านี้ทาง กกต. ควรดำเนินการไต่สวนและสืบสวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงเพื่อเป็นอันยุติ แต่วานนี้ (25 ก.พ.) กกต. รัฐทำตัวเป็นสีดาลุยไฟด้วยกันบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมแล้ว อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.สส.ฯ มาตรา 124 ประกาศรับรองผล สส.เขต 396 ราย แต่ในความเป็นจริงพวกเรามองว่าข้อเท็จจริงควรได้รับการสืบสวนและไต่สวนก่อน เพราะว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ตนอยากถามพี่น้องประชาชนว่ามันมีเหตุอันควรเชื่อหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงมันก็ปรากฏให้เห็นอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นพฤติการณ์การเลือกตั้งที่สกปรกโสโครกที่สุด แต่ กกต. ยังอ้างว่าเป็นการเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบแล้ว เราจึงยอมรับไม่ได้ ทั้งนี้ เขาบอกกะนว่าสังคมจะเลวร้ายเพราะคนดีอ่อนแอไม่กล้าแสดงตัว แต่ในวันนี้พวกเรามาแสดงตัวแล้ว และเราแสดงตนว่าเป็นปฏิปักษ์กับ กกต. ยืนยันว่าไม่กลัว ตนจึงขอให้ดีเอสไอรับสืบสวนเป็นคดีพิเศษ ทนายอั๋น เผยอีกว่า มีคนบอกว่าดีเอสไออยู่ใต้ชายคากระทรวงยุติธรรม เห็นหรือไม่ว่าในคดีฮั้ว สว. กลับสะดุดพอมีรัฐบาลใหม่มา คนสงสัยว่าทำไมตนยังมาร้องให้ดีเอสไอทำ ในวันนี้ตนจึงนำเอกสารเส้นทางการเงินบางส่วนที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน มาพูดให้ฟังเบื้องต้น เพราะอยากถามอธิบดีดีเอสไอว่าเหตุใดจึงไม่ออกหมายเรียก นอกจากหมายเรียกผู้ต้องหา 8 รายก่อนหน้านี้ เพราะทางอัยการคดีพิเศษก็ได้ทำหนังสือมาถึงดีเอสไอไปก่อนแล้ว ในส่วนนี้ตนมองว่า หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือเป็นการทำสำนวนชุ่ย ๆ ได้อย่างไร อธิบดีดีเอสไอจะจำได้หรือไม่ว่าตนเคยมานำเสนอแผนผังเส้นทางการเงินของคนในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นอำนาจเจริญคอนเน็คชั่น จนเป็นเหตุทำให้พนักงาน กกต. 1 รายถูกไล่ออก เพราะในตอนนั้นมีหลักฐานว่ามีคนในขบวนการฮั้ว สว. นำเงินไปให้เจ้าหน้าที่ กกต. คนดังกล่าวจำนวน 800,000 บาท และหลังจากนั้นตนยังออกมาเปิดเผยอีกว่าเส้นทางการเงินของคนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือที่เรียกว่าสุราษฎร์ธานีคอนเน็คชั่น มันได้โยงใหญ่ไปถึงพื้นที่ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้อย่างไร มันโยงใยกันหมด โดยเฉพาะคนในจังหวัดอำนาจเจริญ และมีการโอนเงินหลากหลายแสนบาทไปยังคนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เครือข่าย 8 ผู้ต้องหา) หลายกรรมหลายวาระต่างกัน ซึ่งเส้นเงินทั้งหมดเหล่านี้ตนจะนำมาเปิดเผยในสัปดาห์หน้า ฉะนั้น จึงขอให้อธิบดีดีเอสไอออกหมายเรียกพวกคนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมาสอบปากคำด้วย พฤติการณ์ของ กกต. ที่ได้ประกาศรับรองผล สส.เขต 396 คน ตนมีความรู้สึกว่าเหมือนเป็นสีดาลุยไฟ ซึ่งหลักการจริง ๆ ของสีดาลุยไฟก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง แต่กับ กกต. นั้นไม่ใช่ แทนที่ กกต. จะหาคนมาสาธิต หรือหานักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ มาเป็นพยาน ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันเป็นความลับอย่างไรบ้าง แต่ กกต. กลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และยังเหยียบหน้าคนไทยด้วยการประกาศรับรองผล สส. เขต นอกจากนี้ 26 ก.พ.69 สว. จะมีการลงมติให้ความเห็นชอบแก่ กกต. 2 คน ที่จะมาทดแทนสองคนก่อนหน้านี้ ดังนั้น เครือข่ายสีเดียวกัน ก็จะมี กกต. จากเดิม 3 ราย เป็น 5 ราย