Перейти к содержимому

ความอดทนกูมีจำกัด

อารุ : เพลงของคนนอกสายตา

0:00 / 0:00

ความอดทนกูมีจำกัด

212 просмотров · 2 дн. назад
อารุ : เพลงของคนนอกสายตา
254 подписчика
212 просмотров · 2 дн. назад
ความอดทนกูมีจำกัด” คือเพลงของคนทำงานที่เคยเชื่อว่า “ทีมเดียวกันก็ต้องช่วยกัน” จึงรับงานเพิ่มให้คนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่งานของตัวเองยังเต็มโต๊ะ ครั้งแรกคือช่วย ครั้งที่สองคือเห็นใจกัน แต่เมื่อคำว่า “ช่วยหน่อย แป๊บเดียว” เกิดขึ้นแทบทุกวัน สิ่งที่เคยเป็นน้ำใจ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นหน้าที่ที่ไม่มีใครเคยถามว่าเรายินดีรับหรือเปล่า จากห้าโมงเย็นกลายเป็นสามทุ่ม จากข้าวเย็นกับครอบครัวกลายเป็นข้อความงานด่วน และยิ่งรับได้มากเท่าไร คนรอบตัวก็ยิ่งคุ้นเคยกับการคิดว่า “คนนี้รับไหวอยู่แล้ว” ทั้งที่ความจริง...ไม่มีใครถามมานานแล้วว่าไหวไหม “ตอนแจกงานบอกว่าเป็นทีม ตอนรับผิด ทำไมเหลือกูคนเดียวทุกที” ความเจ็บของเพลงนี้จึงไม่ได้อยู่แค่งานเยอะ แต่คือความไม่สมดุลระหว่าง ภาระ ความรับผิดชอบ และการให้คุณค่า งานของคนอื่นเสร็จเพราะเราช่วย แต่เมื่องานหลักของเราช้า กลับกลายเป็นเราที่ถูกถามว่าทำไมจัดการไม่ได้ เมื่อผลงานออกมาดีชื่ออาจไม่ถูกพูดถึง แต่เมื่อมีปัญหา ชื่อกลับถูกเรียกเป็นคนแรก จนวันหนึ่งจึงเริ่มเข้าใจว่า ความเงียบของตัวเองก็มีผลเหมือนกัน ทุกครั้งที่ยอมทั้งที่ไม่ไหว เส้นที่เคยขีดเอาไว้ก็ค่อย ๆ จางลง แต่เพลงนี้ไม่ได้พาตัวละครไปถึงฉากโยนบัตรพนักงานแล้วเดินออกจากบริษัท เพราะชีวิตจริงไม่ได้ง่ายแบบนั้น ยังมีค่าเช่าห้อง ยังมีค่าใช้จ่ายในครอบครัว ยังต้องพึ่งเงินเดือน การยังลาออกไม่ได้ จึงไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญของเพลงจึงไม่ใช่การระเบิดอารมณ์ แต่คือเช้าวันหนึ่งที่เขานำรายการงานทั้งหมดวางลงบนโต๊ะ แล้วถามอย่างชัดเจนว่า “ถ้าจะให้ทำเพิ่มอีกชิ้น ช่วยบอกว่าจะให้หยุดอะไร แล้วกำหนดส่งที่เลื่อนไป ใครจะรับผิดชอบครับ” ประโยคธรรมดา แต่สำหรับคนที่เคยตอบว่า “ได้ครับ” มาตลอด นี่คือการเริ่มตั้งขอบเขตอย่างจริงจัง “ความอดทนกูมีจำกัด” จึงไม่ได้หมายถึง กูจะไม่ทนแล้ว กูจะเอาคืน แต่มันหมายถึง กูยังทำงาน กูยังรับผิดชอบ กูยังช่วยคนอื่นได้ แต่กูจะไม่ยอมให้คำว่า “มีน้ำใจ” ถูกใช้เป็นเหตุผลให้กูต้องรับทุกอย่างอีกแล้ว ตอนจบเขายังกลับมาทำงานเหมือนเดิม เพียงแต่เริ่มจดงานที่ได้รับ ขอข้อตกลงให้ชัด รับปากเฉพาะสิ่งที่ทำได้จริง และค่อย ๆ เก็บเงินเพื่อสร้างทางเลือกให้ชีวิตตัวเอง เพราะการตั้งขอบเขตไม่ได้แปลว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานที่แย่ และการปฏิเสธงานที่เกินกำลัง ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีน้ำใจ ความเกรงใจเป็นเรื่องดี แต่มันต้องมีให้กันทั้งสองฝ่าย