"โรม"มองกรณีริบอำนาจ“ประธาน กมธ.”ห้ามเรียกบุคคลชี้แจง หวังตัดแขนตัดขาฝ่ายค้านทำลายระบอบสภาหวังกินรวบ
สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
0:00 / 0:00
"โรม"มองกรณีริบอำนาจ“ประธาน กมธ.”ห้ามเรียกบุคคลชี้แจง หวังตัดแขนตัดขาฝ่ายค้านทำลายระบอบสภาหวังกินรวบ
33 698 просмотров · 8 ч назад
สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
1,8 млн подписчиков
33 698 просмотров · 8 ч назад
นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ในสัมภาษณ์กรณีสั่งริบอำนาจ “ประธาน กมธ.” ห้ามเรียกบุคคลมาชี้แจง โดยไม่มี “มติ กมธ.” ว่า สันนิษฐานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อต้องการตัดแขนตัดขาฝ่ายค้าน-กมธ. เพราะผมไปใช้อำนาจเรียกนายนฤชา ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา และเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ผมก็เลยงงว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องออกตัวปกป้องในกรณีแบบนี้ หรือแม้แต่การใช้อำนาจเรียกนายไชยชนก ชิดชอบ และนายวรศิษฎ์ ซึ่เกี่ยวข้องกับเรื่องสินบน 40 ล้าน ก็เลยประเมินว่าจาก 2 เรื่องนี้ที่มีการสอบอย่างเข้มข้นจึงเป็นที่มาที่มีการพยายามทำให้ กมธ.ไม่สามารถพิจารณากันได้สะดวก และอีกคนหนึ่งที่ตนอาจจะไปกดปุ่มกลางหลังเขาเข้า คือไปเชิญนายทองเจือ คนสนิทนายอนุทิน จึงทำให้เกิดการโวยวายหลังจากนั้น และ กมธ.เกิดความวุ่นวายในเรื่องนี้ และนำไปสู่การที่คุณศุภชัยทำหนังสือถึงประธานสภา และร้องจริยธรรม
.
ยืนยันผมทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ผมเป็น สส.มา 3 สมัย นั่ง กมธ.และไปตรวจอสบย้อนหลังก็พบว่าน้อยครั้งมากที่จะมีการลงมติในการบรรจุวาระต่าง ๆ น้อยครั้งจริง ๆ ส่วนใหญ่เต็มที่ก็จะเป็นการหารือกัน
.
โรม ตั้งคำถามอีกว่า “ถ้าบอกว่าผมใช้อำนาจไม่เป็นธรรม คดีสินบน 40 ล้านเราตรวจสอบ 6-7 ครั้งเป็นอย่างน้อย ทำไมถึงเพิ่งมีปัญหา หรือบอกว่าผมทำตามอำเภอใจ งั้นเวลาผมบรรจุเรื่องต่าง ๆ อาทิกรณีที่ดินทับลาน ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเกิดผมตรวจสอบรัฐบาล ผมไปยุ่งกับลูกนกของเขาเนี่ย อันนี้มีปัญหา ดังนั้นปัญหาจึงไม่ใช้ข้อกฎหมาย แต่เป็นเรื่องการเมือง คุณเนี่ยต้องการที่จะทำลายระบบการตรวจสอบทั้งหมด เพียงเพื่อจะปกป้องรัฐบาล และสิ่งที่มันน่าเสียใจก็คือมันมีข้าราชการบางกลุ่มที่ไปเห็นดีเห็นงามกับการทำลายระบบแบบนี้”
.
โรม ยังยืนยันว่าในวันนั้นไม่มีการลงมติเรื่องนี้ พร้อมท้าเปิดชวเลขได้เลย วันนั้นมีแต่การแสดงความเห็น ไม่มีการโหวต ก่อนจะปิดไมค์ประธานสรุปว่าเรื่องนี้เป็นการหารือ เดี๋ยวจะให้ฝ่ายกฎหมายไปยกร่างความเห็นมา ไม่ได้มีมติ ข้อผูกมัด หรือข้อผูกพันอะไร ตอนนี้ขอรอดูความชัดเจนว่ายังไง ประธานโสภณลงมาเล่นเองหรือไม่
.
“พูดกันจากใจ ประเทศเรายังเหลืออะไรที่เขากินรวบไม่ได้บ้าง คือการที่เขากินรวบทุกกลไก ทุกกระบวนการ ผมยอมรับว่าเราเหลือปราการสุดท้ายก็คือสภาที่เขายังกินได้ไม่ทั้งหมด ดังนั้นในแง่ของการตรวจสอบ ยอมรับเลยว่าไม่ง่าย เวลาที่เราร้องอะไรก็ตามไปที่องค์กรอิสระ เรื่องตรวจสอบ-คอร์รัปชัน มักจะช้า ร้องอะไรก็ไม่ค่อยสำเร็จ ไม่ใช่ว่าเรื่องข้อกฎหมายอะไร แม้มีหลักฐานชัดเจน แต่ว่ามันก็ดูเหมือนองค์กรอิสระจะอืดอาดเวลาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นทีเราบ้าง รวดเร็วราวกับกามนิตหนุ่ม ทุกอย่างเร็วไปหมด”
.
โรม บอกอีกว่า “การข้อมติ เรารู้ไงว่าเรื่องยาก ๆ หรือเรื่องที่เป็นการตรวจสอบรัฐบาล เราจะขอมติไม่ได้ เพราะเป็นการตรวจสอบรัฐบาล ต้องยอมรับว่าเขาไม่ได้ใจกว้างให้เราตรวจสอบอยู่แล้ว” สรยุทธ จึงแย้งว่า “คุณศุภชัยเคยบอกให้ว่าไปตามเนื้อผ้า ถ้าเห็นด้วยให้ตรวจสอบก็ให้ตรวจ” โรม จึงบอกว่า “เราดูพฤติกรรมดีกว่า ปากก็พูดได้เรื่อย ๆ แต่ว่า ณ จุดนี้พอเราตรวจสอบแล้วไปเจอข้อที่น่าสงสัยแล้วรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงได้ เจอหลักฐาน-ข้อมูลต่าง ๆ แต่คุณก็หลีกหนีการตรวจสอบ อ้างบรรจุไม่ชอบ ตรวจสอบไม่ชอบ โดยที่จะได้ไม่ต้องมาพูดในเรื่องสาระสำคัญเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน ซึ่งก็ไม่รู้ทำกันมากี่ยุคแล้ว”
.
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากบอกหรือไม่ โรม เผยว่า “เอาแฟร์ ๆ อย่าให้ถึงขนาดเผาบ้านไล่หนูเลย สภาก็เป็นช่องทางสุดท้ายแล้วของฝ่ายค้าน และรัฐบาลในการตรวจสอบ ถ้าถึงขนาดจะทุบทำลายสภาเพียงเพื่อปกป้องผู้มีพระคุณเนี่ย ผมคิดว่ามันคือการทำลายระบบสภา และมันยากที่จะฟื้นได้ ขอร้อง ถ้าอยากจะใช้อำนาจจริง ๆ อย่าไปแอบอยู่หลังข้าราชการ คุณสั่งมาเลย ใช้อำนาจตรง ๆ ไปเลย อย่าไปยืนแอบหลังข้าราชการจนเขาเดือดร้อน อย่าไปทำอย่างนั้น”#กรรมกรข่าวคุยนอกจอ #สรยุทธสุทัศนะจินดา #คุยนอกจอ #รัฐบาล #อนุทิน #ภูมิใจไทย#วิโรจน์#พรรคประชาชน#เท้ง#วีรยุทธ#รัฐบาล#การเมือง#ประชาธิปัตย์#ส้ม#น้ำเงิน#ไอติม#วาโย#พนิดา#ศุภชัย#แสวง#กกต.#ฮั้ว สว.#กมธ.#โสภณ#โรม#ศุภชัย#ไชยชนก#สุชาดา