Перейти к содержимому

ขาดสติเมื่อไรก็คือประมาทเมื่อนั้น :: หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 ส.ค. 2565

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

0:00 / 0:00

ขาดสติเมื่อไรก็คือประมาทเมื่อนั้น :: หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 ส.ค. 2565

159 935 просмотров · Трансляция закончилась 4 года назад
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
426 тыс. подписчиков
159 935 просмотров · Трансляция закончилась 4 года назад
เราไม่คร่ำครวญโหยหาอดีต ไม่ห่วงกังวลเลื่อนลอยถึงอนาคต มีสติอยู่กับปัจจุบันทั้งกลางวันทั้งกลางคืน ถ้าเราทำได้อย่างนี้ ชีวิตเรามีคุณค่ามากที่สุดเลย คำว่าอยู่กับปัจจุบัน มีสติรู้สึกตัวเองไป รู้ว่าเราควรจะทำอะไร เรากำลังทำอะไร ทำไปเพราะอะไร รู้ทันตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วชีวิตมันจะร่มเย็น ชีวิตที่โหยหาอดีตไม่ร่มเย็น สุขกับอดีตคือสุขกับสิ่งซึ่งจับต้องไม่ได้ สิ่งซึ่งไม่มีจริง เหมือนมีความสุขอยู่กับความฝัน สุขกับอดีต เพราะมันผ่านไปหมดแล้ว ถ้าเรามีสติอยู่กับปัจจุบันแต่ละขณะๆ เราเห็นชีวิตนี้ล่วงไปเรื่อยๆ แต่ละขณะ ไม่ประมาท ถ้าขาดสติเมื่อไรก็คือประมาทเมื่อนั้น มีสติก็ไม่ประมาทนั่นล่ะ นี่คือธรรมะสำคัญที่พระพุทธเจ้าสอนเรา นาทีสุดท้ายที่ท่านจะนิพพาน ช่วงเวลาสุดท้ายที่ท่านจะนิพพาน ท่านบอกพวกเราให้ทำประโยชน์ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท คำว่าไม่ประมาทคือเราต้องมีสติอยู่กับปัจจุบันไป ถ้าเราทิ้งปัจจุบันก็เรียกว่าเราประมาท คือเราไปเพ้อฝันถึงอดีตเรียกว่าประมาท เพราะว่าเราทำลายเวลาให้ล่วงไปเปล่าๆ ในความฝัน ถ้าเราไปห่วงไปกังวลถึงอนาคต เครียดทั้งๆ ที่ปัญหายังไม่ได้เกิด โง่ไหม เครียด กลุ้มใจตั้งแต่ปัญหายังไม่เกิดเลย พอปัญหาเกิดแล้วก็ตีโพยตีพายจะให้คนโน้นช่วยจะให้คนนี้ช่วย ใครเขาไม่ช่วยก็โมโหอีกอะไรอย่างนี้ ไม่ได้เรื่อง ฉะนั้นเราใช้ปัจจุบัน มีสติอยู่กับปัจจุบัน ใช้อดีตเป็นบทเรียน วางแผนถึงอนาคต มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันไป มีสติไปทุกขณะๆ หายใจออก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 สิงหาคม 2565 อ่านบทความเต็มได้ที่ https://www.dhamma.com/heedfulness สารบัญวิดีโอ 00:00 อารัมภบท 03:12 วัดตัวเองเป็นระยะๆ 08:39 ไม่หวนคำนึงถึงอดีต 12:48 ไม่กังวลถึงอนาคต 20:41 มีสติอยู่กับปัจจุบันทั้งกลางวันทั้งกลางคืน 27:01 ล้างกิเลสออกจากจิตด้วยสติกับสัมมาสมาธิ 38:18 ช่วงส่งการบ้าน