ความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษหรือถูกจับกุม (มาตรา 189)
yut
0:00 / 0:00
ความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษหรือถูกจับกุม (มาตรา 189)
44 просмотра · 3 недели назад
yut
382 подписчика
44 просмотра · 3 недели назад
มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การ "ช่วยผู้อื่น" ที่เป็นผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาในความผิดที่ไม่ใช่ลหุโทษ เพื่อให้ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษหรือถูกจับกุม การกระทำผิดในฐานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ที่พำนักหรือการซ่อนเร้น แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ที่มี "เจตนาพิเศษ" เพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
ประเด็นสำคัญที่พบจากการวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกามีดังนี้:
ความรับรู้ของบุคคล: ผู้กระทำต้องรู้ว่าบุคคลที่ตนช่วยเหลือเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหา
เจตนาพิเศษ: ต้องมีการกระทำที่มุ่งหมายโดยตรงเพื่อไม่ให้ผู้นั้นถูกจับกุมหรือรับโทษ เช่น การพาหนี การแจ้งเตือนให้รู้ตัว หรือการรับสมอ้างเป็นผู้กระทำผิดแทน
ขอบเขตของกฎหมาย: หากการควบคุมตัวของเจ้าพนักงานในขณะนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เช่น ไม่มีหมายจับและไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า) พฤติการณ์บางอย่างอาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน แต่ยังต้องพิจารณาความผิดฐานช่วยผู้อื่นตามมาตรา 189 แยกต่างหากตามข้อเท็จจริงในฟ้อง
1. องค์ประกอบทางกฎหมายตามมาตรา 189
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ได้ระบุหลักเกณฑ์ความผิดไว้ดังนี้:
หัวข้อ
ตัวการ ผู้ใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ
เป้าหมายการช่วยเหลือ ผู้อื่นที่เป็นผู้กระทำความผิด หรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด (ต้องไม่ใช่ความผิดลหุโทษ)
ลักษณะพฤติการณ์ 1. ให้ที่พำนักแก่ผู้นั้น 2. ซ่อนเร้นผู้นั้น 3. ช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม
เจตนา มีเจตนาพิเศษ "เพื่อไม่ให้ต้องโทษ"
บทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. การวิเคราะห์เจตนาพิเศษและความรับรู้
การที่ศาลจะวินิจฉัยว่าบุคคลมีความผิดตามมาตรา 189 หรือไม่นั้น "เจตนาพิเศษ" เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องปรากฏชัดเจนจากพฤติการณ์
การรู้ถึงการกระทำความผิด: ผู้ช่วยเหลือต้องทราบว่าบุคคลที่ตนช่วยได้กระทำความผิดหรือกำลังถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ไม่ใช่ความผิดลหุโทษ
พฤติการณ์ที่แสดงเจตนาพิเศษ:
การพาตัวผู้ต้องหาขึ้นรถขับหนีไปในขณะที่เจ้าพนักงานกำลังล้อมจับหรือยึดของกลาง (ฎ.3507/2546, ฎ.4922/2539)
การส่งสัญญาณหรือแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้กระทำผิดรู้ตัวและหลบหนีได้ทัน (ฎ.2448/2521)
การให้ข้อมูลเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเบี่ยงเบนตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง (ฎ.490/2519)
3. บรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกา
จากการศึกษากรณีตัวอย่าง สามารถแบ่งลักษณะการกระทำความผิดออกเป็นกลุ่มได้ดังนี้:
การช่วยพาหลบหนีจากที่เกิดเหตุหรือจุดควบคุมตัว
คำพิพากษาที่ 4922/2539: จำเลยที่ 1 บรรทุกไม้แปรรูปผิดกฎหมายและถูกตำรวจยึดรถไว้ จำเลยที่ 2 เข้ามาเจรจาขอให้ปล่อยตัวและปล่อยรถ เมื่อไม่สำเร็จ จำเลยที่ 2 จึงพาจำเลยที่ 1 ขึ้นรถขับหนีไป ศาลตัดสินว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 189 เนื่องจากรู้แล้วว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นและเจตนาช่วยไม่ให้ต้องถูกจับกุม
คำพิพากษาที่ 3507/2546: การรับผู้กระทำผิดขึ้นรถแล้วขับไปส่งที่อื่นเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ถือเป็นพฤติการณ์ที่ชัดเจนว่ากระทำเพื่อไม่ให้ผู้นั้นต้องรับโทษ
การส่งสัญญาณเตือน (แจ้งข่าว)
คำพิพากษาที่ 2448/2521: ในขณะที่ตำรวจเข้าจับกุมวงพนันไฮโล จำเลยได้ร้องตะโกนบอกว่า "ตำรวจมา ตำรวจมา" ทำให้ผู้เล่นบางส่วนหลบหนีไปได้ การกระทำนี้ถือเป็นการช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดถูกจับกุม
การรับผิดแทน (สวมรอยเป็นผู้ต้องหา)
คำพิพากษาที่ 490/2519: เมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับบุคคลหนึ่ง (ฐานทำร้ายร่างกาย) จำเลยได้ไปแจ้งพนักงานสอบสวนว่าตนเองเป็นผู้ลงมือทำ เพื่อให้ผู้กระทำผิดตัวจริงไม่ต้องรับโทษ พฤติการณ์นี้เข้าข่ายมาตรา 189 โดยตรง
4. ข้อสังเกตสำคัญด้านวิธีพิจารณาความจำกัดของอำนาจรัฐ
ในบางกรณี การกระทำที่ดูเหมือนเป็นการช่วยผู้อื่นอาจมีประเด็นข้อกฎหมายเรื่อง "ความชอบด้วยกฎหมาย" ของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
กรณีการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำพิพากษาที่ 2535/2550)
ข้อเท็จจริง: เจ้าพนักงานป่าไม้พบไม้ผิดกฎหมายในบ้านของบุคคลหนึ่งซึ่งยอมรับสารภาพ แต่เนื่องจากไม่ใช่ "ความผิดซึ่งหน้า" และเจ้าพนักงานไม่มีหมายจับ การที่เจ้าพนักงานนำตัวบุคคลนั้นไปยังหน่วยคุ้มครองป่าจึงยังไม่ถือเป็นการ "ถูกจับกุม" ตามกฎหมาย
ผลทางกฎหมาย: เมื่อการควบคุมตัวในเบื้องต้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่มีบุคคลอื่นมาพาตัวผู้ต้องสงสัยหนีไปจากหน่วยฯ จึงไม่ถือเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน (มาตรา 138)
ข้อจำกัดในการลงโทษ: แม้การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 189 แต่หากโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษในมาตรานี้มาตั้งแต่ต้น หรือเป็นเรื่องนอกฟ้อง ศาลไม่สามารถลงโทษตามมาตรา 189 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง
5. ตารางสรุปพฤติการณ์ที่ถือเป็นความผิดตามมาตรา 189
พฤติการณ์ที่ศาลตัดสินว่าผิด
ขับรถพาหนี พาผู้ต้องหาออกจากจุดที่เจ้าพนักงานกำลังล้อมจับหรือยึดของกลาง
ตะโกนบอกตำรวจมา เจตนาให้ผู้เล่นพนันรู้ตัวเพื่อหลบหนีการจับกุม
รับสมอ้างเป็นคนร้าย แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าหน้าที่เพื่อกันผู้กระทำผิดจริงออกจากการรับโทษ
การพาออกจากหน่วยควบคุม การรับตัวผู้ต้องหาออกจากสถานีหรือหน่วยควบคุมของเจ้าพนักงานเพื่อเลี่ยงการดำเนินคดี