ปุ๋ยและธาตุอาหารเพื่อการฟื้นต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว #ฅนเกษตร #ปุ๋ยทุเรียน #ปุ๋ยฟื้นต้น #ปลูกทุเรียน
ฅนเกษตร
0:00 / 0:00
ปุ๋ยและธาตุอาหารเพื่อการฟื้นต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว #ฅนเกษตร #ปุ๋ยทุเรียน #ปุ๋ยฟื้นต้น #ปลูกทุเรียน
6 772 просмотра · 4 мес. назад
ฅนเกษตร
325 тыс. подписчиков
6 772 просмотра · 4 мес. назад
ปุ๋ยและธาตุอาหารเพื่อการฟื้นต้นทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว
เป้าหมายสูงสุดของการฟื้นต้นคือ การรักษาใบเก่า ฟื้นฟูระบบรากฝอย และดึงใบอ่อนชุดใหม่ให้แตกออกมาสมบูรณ์ สม่ำเสมอทั่วทั้งต้น อย่างน้อย 2-3 ชุด เพื่อสะสมอาหารให้พร้อมสำหรับการทำดอกในฤดูกาลถัดไป โดยมีขั้นตอนและการจัดการธาตุอาหารทั้งหมดดังนี้ครับ
ขั้นตอนการจัดการปุ๋ยและธาตุอาหารตามระยะการเจริญเติบโต
ช่วงที่ 1: หลังเก็บเกี่ยวและตัดแต่งกิ่งทันที (เน้นฟื้นราก และประคองใบเก่า)
หลังเก็บเกี่ยว ต้นทุเรียนจะสูญเสียพลังงานและธาตุอาหารไปกับผลผลิตสูงมาก ระบบรากจะทรุดโทรม และใบเก่าเสี่ยงต่อการหลุดร่วงจนต้นโทรม
การจัดการทางดิน: ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรืออินทรีย์เม็ด อัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์และปรับปรุงโครงสร้างดิน จากนั้นให้ราดโคนด้วยสารปรับปรุงดินกลุ่มฮิวมิกแอซิด หรือฟูลวิกแอซิด เพื่อกระตุ้นการแตกรากฝอยใหม่ และช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารที่ตกค้างในดิน นอกจากนี้สามารถเสริมธาตุอาหารรองทางดินด้วยแมกนีเซียมซัลเฟตหรือโดโลไมท์เพื่อเติมแมกนีเซียมให้ดินรองรับระบบราก
การจัดการทางใบ: พ่นธาตุอาหารรองแมกนีเซียมทันทีเพื่อประคองใบเก่าไม่ให้เหลืองร่วง เพื่อรักษาโรงงานผลิตอาหารเดิมของต้นไว้ และให้เพิ่มธาตุโบรอนเข้ามาช่วยโดยพ่นร่วมกับแคลเซียม (แคลเซียม-โบรอน) ตั้งแต่ช่วงนี้ เพื่อช่วยในการแบ่งเซลล์เนื้อเยื่อเจริญที่ปลายรากฝอยและเตรียมความพร้อมของระบบตากิ่ง
ช่วงที่ 2: ระยะเริ่มแทงยอด - ดึงยอดอ่อน (ระยะหางปลาแย้ ถึง ใบดาบ)
เมื่อระบบรากเริ่มกลับมาเดินขาว และต้นพร้อมที่จะผลิใบชุดใหม่
การจัดการทางดิน: เน้นปุ๋ยเคมีที่มีสูตรตัวหน้าสูงเพื่อเร่งการเจริญเติบโต เช่น สูตร 25-7-7 หรือจะใช้สูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 ก็ได้ตามความเหมาะสมของสภาพต้น ร่วมกับการใส่แคลเซียมไนเตรต (สูตร 15-0-0) อัตรา 300-500 กรัมต่อต้น เพื่อเสริมแคลเซียมในการสร้างผนังเซลล์และยืดโครงสร้างกิ่งยอด
การจัดการทางใบ: พ่นสารสกัดสาหร่ายทะเลร่วมกับกรดอะมิโนเพื่อปลุกต้นและกระตุ้นการเปิดตาใบให้แทงยอดออกมาสม่ำเสมอพร้อมกัน ควบคู่ไปกับการพ่นแคลเซียม-โบรอน เพื่อป้องกันยอดขาด ยอดหงิก และช่วยในการเคลื่อนย้ายพลังงานไปเลี้ยงยอดอ่อนได้อย่างเต็มที่
ช่วงที่ 3: ระยะใบอ่อนกาง - เร่งใบแก่ (ระยะใบกาง ถึง ใบเพสลาด)
เป็นช่วงที่ใบอ่อนคลี่กางเต็มที่ และต้องเร่งให้ใบเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเพื่อเริ่มกระบวนการสังเคราะห์แสง
การจัดการทางใบ: เน้นการพ่นแมกนีเซียมซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในจังหวะนี้ เพื่อเข้าไปเป็นแกนกลางในการสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบอ่อนเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มและหนาอย่างรวดเร็ว ร่วมกับการพ่นธาตุสังกะสี (ซิงค์) เพื่อช่วยขยายขนาดใบให้ใหญ่ ยาว และสมบูรณ์ ป้องกันอาการใบแก้วใบเล็ก โดยสามารถผสมปุ๋ยเกล็ดทางใบสูตรเสมอหรือสูตรตัวท้ายสูงเล็กน้อยร่วมด้วยเพื่อเร่งการสะสมแป้งและน้ำตาลในใบให้แก่ไวขึ้น
เจาะลึกบทบาทและหน้าที่ของแต่ละธาตุอาหารในการฟื้นต้น
ไนโตรเจน (N): ทำหน้าที่สร้างโครงสร้างกิ่งก้านและใบชุดใหม่ นิยมให้ทางดินช่วงเริ่มดึงยอดอ่อน
แคลเซียม (Ca): ทำหน้าที่สร้างความแข็งแรงให้ผนังเซลล์ เร่งการแผ่ขยายของรากฝอย ช่วยให้ยอดใหม่สมบูรณ์ไม่บิดเบี้ยว ทยอยให้ได้ตั้งแต่หลังเก็บเกี่ยวและช่วงใบดาบ
โบรอน (B): ทำหน้าที่ช่วยแบ่งเซลล์เนื้อเยื่อส่วนปลาย ทั้งปลายรากและปลายยอด พร้อมทำหน้าที่เคลื่อนย้ายน้ำตาลไปเลี้ยงยอดอ่อน ควรเพิ่มเข้ามาช่วยเสริมตั้งแต่ระยะฟื้นรากแรกเริ่มและช่วงดึงยอด
แมกนีเซียม (Mg): มีบทบาทสองรอบสำคัญ รอบแรกใช้หลังเก็บเกี่ยวทันทีเพื่อประคองใบเก่าไม่ให้เหลืองร่วง รอบสองใช้ช่วงใบอ่อนกำลังกางเพื่อเป็นแกนกลางสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบใหม่เขียวเข้ม หนา และแก่ไว
สังกะสี (Zinc): ทำหน้าที่ขยายขนาดใบให้ใหญ่และยาวขึ้น ควบคุมการยืดตัวของข้อกิ่ง ป้องกันอาการใบแก้ว นิยมพ่นทางใบช่วงใบอ่อนกำลังกาง
สาหร่ายสกัดและกรดอะมิโน: เป็นสารกระตุ้นทางชีวภาพ ช่วยกระตุ้นการตื่นตัวของตาพุ่ม ลดความเครียดของต้นจากสภาวะอากาศและหลังการแบกลูก พ่นช่วงล้างต้นและช่วงเปิดตาใบ
ข้อควรระวังเชิงเทคนิคในการจัดการธาตุอาหาร
การอัดปุ๋ยไนโตรเจนเดี่ยวๆ หรือใส่ปุ๋ยสูตรตัวหน้าสูงในปริมาณที่มากเกินไป โดยไม่เติมธาตุอาหารรองและอาหารเสริม เช่น แมกนีเซียม สังกะสี แคลเซียม และโบรอน จะทำให้ใบอ่อนที่แตกออกมามีลักษณะใบบาง ข้อห่าง กิ่งเรียวยาวและลู่ลม ซึ่งจะอ่อนแอต่อโรคทางใบ เช่น โรคใบติด โรคราใบจุด และง่ายต่อการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืชอย่างเพลี้ยไก่แจ้และเพลี้ยจักจั่นฝอย
นอกจากนี้ แคลเซียมและโบรอนจะทำงานร่วมกันในการสร้างฐานโครงสร้างใบและเส้นใบให้กว้างและแข็งแรง จากนั้นแมกนีเซียมจะเข้ามาเติมเต็มเนื้อใบให้เขียวและหนา การให้ธาตุอาหารเหล่านี้อย่างสมดุลจะทำให้ใบเข้าสีเพสลาดได้เร็ว และช่วยย่นระยะเวลาในการทำใบแต่ละชุดให้สั้นลงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
#ฅนเกษตร #ฟื้นต้นทุเรียน #ปุ๋ยทุเรียน #ทุเรียนหลังเก็บเกี่ยว #ทำใบทุเรียน
facebook : / konkaset89