ฟ้อนเงี้ยวเมือง – การแสดงศิลปวัฒนธรรม | กาดหมั้ว : สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน สยาม – ล้านนา @ ซีคอน บางแค
Arts & Culture in Thailand
0:00 / 0:00
ฟ้อนเงี้ยวเมือง – การแสดงศิลปวัฒนธรรม | กาดหมั้ว : สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน สยาม – ล้านนา @ ซีคอน บางแค
359 просмотров · 1 год назад
Arts & Culture in Thailand
1,04 тыс. подписчиков
359 просмотров · 1 год назад
ฟ้อนเงี้ยวเมือง – การแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ ในงานแอ่วตลาดกาดหมั้ว : สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน สยาม – ล้านนา นำเสนอเรื่องราวของเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (พระปิยมหาราช) พระองค์เป็นเจ้าหญิงในราชวงศ์ทิพย์จักรจากนครเชียงใหม่ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการรวมล้านนาเข้ากับสยามและฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 30 มีนาคม 2568 ณ ซีคอน บางแค ฮอลล์ (Seacon Bangkae Hall) ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอน บางแค (Seacon Bangkae) ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ภายในงานท่ามกลางบรรยากาศกาดหมั้วหรือตลาดล้านนาโบราณกับการชิมอาหารเหนือสุดอร่อย ชมสาธิตอนุรักษ์งานหัตถกรรมภาคเหนือ ชมนิทรรศการพระราชประวัติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองภาคเหนือ ชมการแสดงดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ และสักการะพระธาตุประจำปีเกิดพุทธคยาจำลองเสริมความเป็นสิริมงคล
ฟ้อนเงี้ยว หรือ ฟ้อนเงี้ยวเมือง เป็นฟ้อนที่พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ดัดแปลงมาจากการฟ้อนเล่นเพื่อความสนุกสนานของชาวไทใหญ่หรือเงี้ยวในรัฐฉานติดกับดินแดนภาคเหนือของไทย ซึ่งมีการติดต่อไปมาหาสู่กันในยุคก่อน ด้วยความที่เป็นการละเล่นฟ้อนที่สนุกสนานรื่นเริง จึงมักพบในงานวัด งานบุญปอยหลวง งานแห่ครัวทาน งานบุญทั่วไป สันนิษฐานว่า เมื่อเป็นที่นิยมนำมาร้องเล่นสนุกสนานในพื้นที่มากขึ้น พระราชชายา เจ้าดารารัศมีทรงเล็งเห็นถึงความสนุกสนานและความสำคัญของวัฒนธรรมการแสดงออกของคนพื้นถิ่น จึงมีพระดำริโปรดให้ครูฟ้อนประจำคุ้มหลวง คือ คุณครูหลง บุญจูหลง ร่วมกับครูฟ้อนประจำคุ้มหลวง นำรูปแบบเก่ามาปรับปรุงท่าฟ้อนให้เหมาะสมมีแบบแผนมากขึ้น ให้มีลีลากระบวนท่าของนาฏศิลป์ไทยปะปนอยู่ด้วย แต่ไม่ทิ้งกระบวนท่าแบบของเก่าไว้ ทำให้ลีลาการฟ้อนเงี้ยวของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี มีความเป็นเอกลักษณ์ของการแสดง มีลีลางดงามและสนุกสนานอยู่ที่โปรดให้ เจ้าสุนทร ณ เชียงใหม่ เป็นผู้ปรับแต่งทำนองเพลง ซึ่งมีทำนองเพลงหลายทำนอง นอกจากทำนองเพลงเสเลเมาที่เป็นทำนองเดิม คำร้อง ครูรอด อักษรทับ เป็นผู้คิดคำร้องให้เข้ากับทำนองเพลง ภาษาคำร้องมีทั้งภาษาไทย และภาษาไทใหญ่แทรกบางคำ ความหมายเนื้อร้อง บทแรกมีความหมายการอวยชัยให้พร บทต่อมาเป็นคำร้องที่มีความหมายสนุกสนานล้อเลียน ไม่ต่อเนื่องปะติดปะต่อกันในบางบท มีลักษณะเป็น “เงี้ยวปนเมือง”
หมายเหตุ : รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูล “ฟ้อนเงี้ยวเมือง” โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่