Перейти к содержимому

แคลเซียมโบรอนจำเป็นต่อพืชอย่างไร?

ฅนเกษตร

0:00 / 0:00

แคลเซียมโบรอนจำเป็นต่อพืชอย่างไร?

34 358 просмотров · 3 г. назад
ฅนเกษตร
325 тыс. подписчиков
34 358 просмотров · 3 г. назад
แคลเซียม-โบรอนจำเป็นต่อพืชอย่างไร? จริงๆแล้ว แคลเซียม-โบรอน เป็นธาตุอาหารคนละตัวกัน โดยปกติธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช ได้แก่ ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ธาตุหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรอง ได้แก่ แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) และ กำมะถัน (S) ธาตุเสริม ได้แก่ โบรอน (B) ทองแดง (Cu) คลอรีน (CI) เหล็ก (Fe) โมลิบดีนัม (Mo) แมงกานีส (Mn) สังกะสี (Zn) นิกเกิล (Ni) แคลเซียม เป็นหนึ่งในกลุ่มของธาตุรอง ซึ่งทำให้พืชแตกใบได้ดีและเร็ว เป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้ ผิวของลำต้น ใบ ดอก และผลแข็งแรง โดยเฉพาะช่วงติดผล จะช่วยในการสร้างความแข็งแรงให้ผนังเซลล์ ขยายเนื้อของผล ป้องกันผลแตก โบรอน เป็นหนึ่งในกลุ่มของธาตุเสริม ที่ส่งเสริมการออกดอก ช่วยในการผสมเกสร... ทำให้ดอกสมบูรณ์ ขั้วดอกเหนียว...ไม่หลุดร่วง ทั้งในช่วงติดผล...จะมีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพทั้งรสชาติหวาน เพิ่มขนาดและน้ำหนักของผลอีกด้วย และนอกจากนี้โบรอนยังช่วยในการเคลื่อนย้ายฮอร์โมนในต้นพืช เคลื่อนย้ายแป้งและน้ำตาล ทำให้พืชใช้ประโยชน์..จากธาตุอื่นได้ดียิ่งขึ้น...โดยเฉพาะแคลเซียม (Ca) ดังนั้นทั้งแคลเซียมและโบรอน...จะทำงานร่วมกันเสมอ คือ มีเธอต้องมีฉัน..ขาดกันไม่ได้..เมื่อแคลเซียม-โบรอนทำงานร่วมกันแล้ว...จะเป็นธาตุอาหารที่อยู่ในรูป...ที่ละลายน้ำได้ พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มการผสมเกสร กระตุ้นการแตกตาดอก ทำให้รังไข่สมบูรณ์ ลดการหลุดร่วงของดอก...และผล ขยายขนาดผล สร้างเนื้อ โดยเฉพาะแตงโม...จะทำให้ไส้ไม่กรวง สีสรรค์สวย...น่ารับประทาน แล้วทีนี้...เราจะใช้แคลเซียม โบรอนตอนไหนดี....จริงๆแล้วแคลเซียม โบรอน มีความจำเป็นทุกระยะของพืชครับ ..แต่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุด..ก็ควรใช้ใช้ช่วงที่ ติดดอก ติดผล ปัจจุบันในท้องตลาด ...มีแคลเซียม โบรอน..ออกมาจำหน่ายมากมาย ทั้งแคลเซียมและโบรอนที่แยกขวดกัน..แล้วมาผสมกันเอง...และมีทั้งแบบผสมรวมกันในขวดเดียว... ทำให้สะดวกในการใช้งาน.. วิธีการใช้ ก็ใช้ในอัตรา 10-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือใช้ตามอัตราที่กำหนดให้ฉลาก ทำการฉีดพ่นเป็นละอองเล็กๆ ทุกๆ 7-10 วัน แต่อย่าลืมว่า.. แคลเซียม-โบรอน เป็นธาตุอาหารที่ไม่เคลื่อนย้ายในพืช ถ้าผสมน้ำราดที่รากก็จะอยู่ที่ราก ฉีดพ่นไปที่ใบก็จะอยู่ที่ใบ ฉีดพ่นที่ดอกก็จะอยู่ที่ดอก ดังนั้น..การฉีดพ่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด..ก็ควรฉีดไปตรงที่เราต้องการ เช่น ถ้าในระยะดอก ให้ฉีดไปที่ใบ ขั้วดอก กลุ่มดอก หรือในระยะผล ก็ฉีดที่ขั้วผล บริเวณผล และใบ +++++++++++++++++++ facebook :   / konkaset89