Перейти к содержимому

ทำชีวิตให้มีค่า..อย่าใช้แค่ว่า..พอผ่าน โดย ท่าน ว.วชิรเมธี(พระมหาวุฒิชัย พระเมธีวชิโรดม)ไร่เชิญตะวัน

สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี

0:00 / 0:00

ทำชีวิตให้มีค่า..อย่าใช้แค่ว่า..พอผ่าน โดย ท่าน ว.วชิรเมธี(พระมหาวุฒิชัย พระเมธีวชิโรดม)ไร่เชิญตะวัน

211 просмотров · 1 дн. назад
สถานีธรรมะ ท่าน ว.วชิรเมธี
248 тыс. подписчиков
211 просмотров · 1 дн. назад
ชีวิตที่เหลืออยู่..เราจะอยู่กันอย่างไรให้คุ้มค่า? ท่าน ว.วชิรเมธี (พระเมธีวชิโรดม) เมตตาแสดงธรรมบรรยายในงานบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน เพื่อให้ข้อคิดสะกิดใจเกี่ยวกับการ "เตรียมตัวตายอย่างมีสติ" และการใช้ชีวิตในวันที่ยังอยู่ให้มีคุณค่าสารพัดประโยชน์ ดังเช่นอรรถชีวประวัติของพระครูอุดมปัญญารัตน์ ที่เป็นแบบอย่างของ "มนุษย์สารพัดประโยชน์" ผู้จากไปทิ้งไว้เพียงเกียรติประวัติให้คนเล่าขาน ประเด็นสำคัญในธรรมะบรรยายนี้ การเจริญมรณานุสติ: หัวใจสำคัญของการเตรียมตัวก่อนวาระสุดท้าย อยู่ให้มีค่า ตายให้คนเสียดาย: จะทำอย่างไรให้ชีวิตเราเป็น "มนุษย์สารพัดประโยชน์" ประเภทของการตายในทัศนะธรรมะ: ตายสะดุ้ง, ตายสะอาด, ตายสว่าง และตายสงบ ตายเล่า vs ตายลืม: คุณจะเลือกทิ้งเกียรติประวัติไว้ให้คนจดจำ หรือจะจากไปแบบที่โลกลืม? ถอดบทเรียนจากบุคคลสำคัญ: ข้อคิดจากการมรณภาพของหลวงตามหาบัว และรัชกาลที่ 4 กับความตายที่สง่างาม ร่วมฟังธรรมะบรรยายเพื่อปรับเข็มทิศชีวิต ให้ทุกวันที่มีลมหายใจเป็นไปอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่แค่ใช้ชีวิต "ผ่านไปวันๆ" Timeline เลือกฟังตามหัวข้อที่สนใจ 00:00 - เริ่มต้นการบรรยายธรรม: การทำบุญอุทิศส่วนกุศล 02:00 - หัวใจของการเจริญมรณานุสติ: เตรียมตัวตายอย่างมีสติ 03:30 - เตรียมประวัติตนเอง: แบบอย่างจากพระครูอุดมปัญญารัตน์ 05:30 - มนุษย์สารพัดประโยชน์: อัจฉริยภาพและเมตตาธรรมที่หาได้ยาก 11:00 - คุณสมบัติ 10 in 1 ของพระนักพัฒนา 13:50 - รูปแบบการตาย: ตายสะดุ้ง vs ตายแบบไม่เตรียมใจ 16:40 - ตายสะอาด: ชีวิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่องแบบท่านพุทธทาส 17:30 - ตายสว่าง: บรรลุธรรมก่อนจากไปแบบหลวงปู่มั่น 18:50 - ตายสงบ: วาระสุดท้ายที่งดงามของรัชกาลที่ 4 24:30 - ประสบการณ์การเยี่ยมผู้ป่วยวาระสุดท้ายและการขอขมา 32:00 - ตายเล่า vs ตายลืม: อยู่เพื่อตัวเองหรืออยู่เพื่อส่วนรวม 48:20 - ถอดบทเรียนจากบารมีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน 54:00 - สรุป: คุณจะเลือกอยู่ในกลุ่ม "ตายเล่า" หรือ "ตายลืม"? เรามีเวลาจำกัดในชีวิตมากดังนี้ เราจำเป็นต้อง"โฟกัส"ว่าอะไรคือแก่นสารอันเป็นเนื้อแท้ของชีวิตปล่อยวางสิ่งที่เป็นเปลือก เป็นกระพี้ของของชีวิตเสียแล้วหันมาทุ่มเทกับสิ่งที่เป็นแก่นสารของชีวิตก็พอแล้ว [ท่าน ว.วชิรเมธี] เรามีเวลาจำกัด อยู่กันไม่ถึง ๑๐๐ ปี ก็มีอันจะต้องจากโลกนี้ไป คนที่จากโลกนี้ไปมี ๒ ประเภท หนึ่ง จากไปแล้วคนเล่า สอง จากไปแล้วคนลืม จากไปแล้วคนเล่า หมายถึง คนที่สร้างคุณงามความดี ไว้เป็นอเนกประการ เหมือนครูบาศรีวิชัย ที่กลายเป็นศูนย์รวมใจ ของชาวล้านนาไทย เหมือนหลวงพ่อคูณที่กลายเป็นเทพเจ้าของชาวอีสาน ทั้งสองท่านนี้ตายแล้วคนเล่า เพราะท่านอยู่เพื่อคนอื่น ไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง ที่สำคัญทั้งสองท่านต่างก็เป็น “พระผู้ให้” เหมือนที่หลวงพ่อคูณสอนว่า “ยิ่งเอา มันยิ่งอด ยิ่งให้หมด มันยิ่งได้” ส่วนตายแล้วคนลืม หมายถึง ก่อนตายทำความชั่ว ความเลว เบียดเบียนบีฑาประชาชน สังคม ประเทศชาติ เอาไว้นานัปการ ครั้นตายแล้ว ศพยังไม่ทันเผา คนเขาก็พร้อมจะลืม วันหนึ่ง เราจะต้องจากโลกนี้ไป เราจะเดินจากไปอย่างไร จากไปเพื่อให้คนเล่า หรือจากไปเพื่อให้คนลืม เชิญเลือกเอาเองเถิด ! “เราทุกคนจะอยู่กันไม่ถึงร้อยปี หากจะเกินร้อยปีไปบ้างก็ไม่มากมายนัก พระพุทธองค์ตรัสไว้เช่นนี้ ดังนั้นเราควรจะบริหารจัดการเวลาของเราให้ดีที่สุด ด้วยการใช้ทุกช่วงเวลาอย่างไม่ประมาทเพราะถ้าเราประมาทในการใช้เวลาก็เท่ากับเราประมาทในการใช้ชีวิต จึงหวังว่าพอเราทุกคนตระหนักถึงว่าเรามีเวลาจำกัดก็จะบริหารจัดการชีวิตให้ดีด้วยความไม่ประมาทโดยทั่วหน้ากัน” (ว.วชิรเมธี) #ไม่ประมาท #คุณค่าชีวิต #ไม่เสียชาติเกิด