"ฮุนเซน" ดิ้น "อยากคืนดีกับ ไทย"
ทรงฤทธิ์ โพนเงิน Songrit Pongern
0:00 / 0:00
"ฮุนเซน" ดิ้น "อยากคืนดีกับ ไทย"
351 066 просмотров · 3 месяца назад
ทรงฤทธิ์ โพนเงิน Songrit Pongern
131 тыс. подписчиков
351 066 просмотров · 3 месяца назад
เจาะลึกวิกฤต "ฮุนเซน" เมื่ออำนาจสั่นคลอน ท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์ถูกตัด และทางตันความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
สถานการณ์ทางการเมืองในกัมพูชากำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ "ฮุนเซน" ผู้นำที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนานกำลังตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งการถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติ ปัญหาภายในประเทศ และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับประเทศไทยที่ไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายได้โดยง่าย,
กระแสชาตินิยมไทย: กำแพงสูงที่ฮุนเซนข้ามไม่พ้น
แม้จะมีรายงานว่าทางกัมพูชาพยายามส่งสัญญาณขอคืนดีและต้องการให้มีการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ฝั่งไทยกลับมีท่าทีที่แข็งกร้าว ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า พรรคภูมิใจไทยซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นพรรคการเมืองใหญ่หลังการเลือกตั้ง ได้รับอานิสงส์อย่างมากจากกระแส "รักชาติ" ของคนไทยที่คัดค้านการเปิดชายแดน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดเจนว่านโยบายชายแดนจะไม่เปลี่ยนไปสู่การเปิดด่าน เนื่องจากเป็นความต้องการของประชาชน แม้แต่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนที่เคยได้รับผลประโยชน์จากการค้าขาย ก็ยังแสดงท่าทีไม่เอาด้วยกับฮุนเซน โดยมีการตอบโต้คำกล่าวของฮุนเซนที่เคยระบุว่า "ปิดด่าน 500 ปีก็อยู่ได้" ด้วยการสวนกลับว่า "ไม่อยากเปิดไปอีก 500 ชาติ"
สงครามเย็นบนโซเชียลและการปลูกฝังความเกลียดชัง
ความสัมพันธ์ในระดับประชาชนก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ในกัมพูชามีการปลูกฝังกระแสชาตินิยมผ่านระบบการศึกษา โดยให้นักเรียนต้านสินค้าไทยและสร้างความเกลียดชังต่อประเทศไทยทุกเช้า ในขณะที่โลกโซเชียลก็กลายเป็นสมรภูมิที่ทั้งสองฝ่ายโต้ตอบกันตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ความเกลียดชังระหว่างคนไทยและคนกัมพูชา (คแม) ฝังรากลึกมากขึ้น
จีนเปลี่ยนหมาก ลดบทบาทฮุนเซน หนุน "ฟุนซินเปก"
ในมิติของการเมืองระหว่างประเทศ ฮุนเซนกำลังสูญเสียที่พึ่งสำคัญอย่างจีน เนื่องจากปัจจุบันจีนได้หันไปสนับสนุนพรรค "ฟุนซินเปก" (Funcinpec) ภายใต้การนำของเจ้าจักรวุฒิ เพื่อสร้างให้เป็นคู่แข่งทางการเมืองที่แท้จริงแทน, แม้จีนจะยังคงรักษาฮุนเซนไว้เพื่อคานอำนาจกับฝ่ายค้านอย่าง "สมรังสี" ที่ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตก แต่ความเชื่อมั่นที่เคยมีให้ฮุนเซนนั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด,
ท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์ และกองกำลัง BHQ
ปัจจัยที่สั่นคลอนอำนาจของฮุนเซนมากที่สุดคือการถูกตัด "ท่อน้ำเลี้ยง" จากธุรกิจแก๊งสแกมเมอร์, ข้อมูลระบุว่ากองกำลังพิทักษ์ผู้นำหรือ BHQ ซึ่งมีกำลังพลกว่า 35,000 นาย และได้รับค่าจ้างสูงกว่าทหารปกติถึง 10 เท่านั้น ถูกหล่อเลี้ยงด้วยเงินมหาศาลจากแก๊งจีนเทาและสแกมเมอร์,, ในช่วงปี 2013-2020 มีการประเมินว่าฮุนเซนมีรายได้จากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้สูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อมีการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างหนัก รายได้เหล่านี้ก็หดหายไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเลี้ยงกองกำลังส่วนตัว,
ทางเลือกสุดท้าย: ลี้ภัยไปปักกิ่ง?
นอกจากวิกฤตการเงินและอำนาจ ฮุนเซนยังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพและสถานะ "อาชญากร" ในสายตานานาชาติ จากความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์และกลุ่ม "Dirty 12" ซึ่งเป็นลูกน้องมือสกปรกที่ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ,, หากสิ้นอำนาจหรือเกิดความวุ่นวายภายใน 1-2 ปีข้างหน้า มีการวิเคราะห์ว่าตระกูลฮุนอาจไม่มีที่ไปนอกจากต้องลี้ภัยไปยังปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งมีบ้านรับรองเตรียมไว้ให้แล้ว, นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่าฮุนเซนได้เตรียมการล่วงหน้าด้วยการโอนย้ายทองคำสำรองกว่า 54 ตัน ที่อาจมาจากการฟอกเงินสแกมเมอร์ไปเก็บไว้ที่ปักกิ่งเรียบร้อยแล้ว
วิกฤตของฮุนเซนในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ชายแดน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของระบอบอำนาจนิยมในกัมพูชาที่กำลังถูกบีบจากทุกทิศทาง