Перейти к содержимому

พุทธวิธีแก้ความเชื่อผิดต่างๆ | ปัญจัตตยสูตร #อุปาทาน #ทิฐิ

มูลนิธิอุทยานธรรม Uttayarndham Foundation

0:00 / 0:00

พุทธวิธีแก้ความเชื่อผิดต่างๆ | ปัญจัตตยสูตร #อุปาทาน #ทิฐิ

612 просмотров · 1 месяц назад
มูลนิธิอุทยานธรรม Uttayarndham Foundation
34 тыс. подписчиков
612 просмотров · 1 месяц назад
พุทธวิธีแก้ความเชื่อผิดต่างๆ ปัญจัตตยสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ ๒๘-๔๑ ข้อแนะนำในการปฏิบัติ ก่อนจะฟัง พึงเข้าสมาธิสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สมาธิดีแล้ว ฟังพุทโธวาท และน้อมธรรมมาสู่ใจ น้อมใจปฏิบัติตามพุทโธวาทตรง ๆ ให้เข้าใจแจ้ง และได้สภาวะจิตดีจริง เมื่อได้สภาวะดีใด ให้รักษาสภาวะนั้นออกมาสู่ชีวิตจริง ความยาววีดิทัศน์ 31:46 นาที ------ ณ พระวิหารเชตวัน พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง กำหนดขันธ์ส่วนอนาคต มีทิฐิคล้อยตามขันธ์ส่วนอนาคต ย่อมปรารภขันธ์ส่วนอนาคต กล่าวยืนยันบทแห่งความเชื่อมั่นหลายประการ คือ อัตตาที่มีสัญญาเป็นของยั่งยืน เมื่อตายไป (สัญญีทิฏฐิ) อัตตาที่ไม่มีสัญญาเป็นของยั่งยืน เมื่อตายไป (อสัญญีทิฏฐิ) อัตตาที่มีสัญญาก็มิใช่ไม่มีสัญญาก็มิใช่ เป็นของยั่งยืน เมื่อตายไป (เนวสัญญีนาสัญญีทิฏฐิ) บัญญัติความขาดศูนย์ ความพินาศความไม่เกิดของสัตว์ที่มีอยู่ (อุจเฉททิฏฐิ) และอีกพวกหนึ่งกล่าวยืนยันนิพพานในปัจจุบัน (ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ) เป็นอันว่าสมณพราหมณ์ทั้งหลายย่อมบัญญัติอัตตาที่มีอยู่ ว่ายั่งยืนเบื้องหน้าแต่ตายไป พวกหนึ่ง บัญญัติความขาดสูญ ความพินาศ ความไม่เกิดของสัตว์ที่มีอยู่ พวกหนึ่ง กล่าวยืนยันนิพพานในปัจจุบัน อีกพวกหนึ่ง รวมบทแห่งความเชื่อมั่นเหล่านี้ เป็น ๕ บท แล้วเป็น ๓ บท เป็น ๓ ขยายเป็น ๕ นี้อุเทศของบทห้า ๓ หมวด ของความเชื่อมั่น สัญญีวาทะ บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น ท่านสมณพราหมณ์พวกบัญญัติอัตตาที่มีสัญญาว่ายั่งยืนเมื่อตายไป ย่อมบัญญัติอัตตาที่มีสัญญา (๑) ชนิด มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๒) ชนิด ไม่มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๓) ชนิดทั้ง มีรูปและไม่มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๔) ชนิด มีรูปก็มิใช่ ไม่มีรูปก็มิใช่ ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๕) ชนิด มีสัญญาอย่างเดียวกัน ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๖) ชนิด มีสัญญาต่างกัน ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๗) ชนิด มีสัญญาเล็กน้อย ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๘) ชนิด มีสัญญาหาประมาณมิได้ ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี แต่ยังมีอีกพวกหนึ่งกล่าวยืนยันวิญญาณกสิณของอัตตามีสัญญาชนิดใดชนิดหนึ่งเหล่านี้ ที่เป็นไปล่วงชนิดทั้ง ๗ ว่า หาประมาณมิได้ แต่ยังมีอีกพวกหนึ่งกล่าวยืนยันอากิญจัญญายตนะว่า หาประมาณมิได้ ไม่หวั่นไหว ด้วยเหตุที่สัญญานั้นบริสุทธิ์เยี่ยมยอด ไม่มีสัญญาอื่นยิ่งกว่าสัญญาเหล่านี้ เรื่องสัญญาดังนี้นั้น อันปัจจัยปรุงแต่ง เป็นของหยาบ และความดับของสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง มีอยู่ ทรงทราบว่าสิ่งนี้ยังมีอยู่ จึงเห็นอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้น เป็นไป ล่วงสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้นได้ อสัญญีวาทะ บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น ท่านสมณพราหมณ์พวกบัญญัติอัตตาที่ไม่มีสัญญาว่ายั่งยืนเมื่อตายไป ย่อมบัญญัติอัตตาที่ไม่มีสัญญา (๑) ชนิดมีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๒) ชนิดไม่มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๓) ชนิดทั้งมีรูปและไม่มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๔) ชนิดมีรูปก็มิใช่ไม่มีรูปก็มิใช่ ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี สมณพราหมณ์พวกบัญญัติอัตตาที่ไม่มีสัญญาว่ายั่งยืนเมื่อตายไป (อสัญญีวาทะ) ย่อมคัดค้านสมณพราหมณ์พวกสัญญีวาทะนั้น นั่นเพราะเหตุไร เพราะสัญญา (สัญญีทิฏฐิ) เป็นเหมือนโรค เป็นเหมือนหัวฝี เป็นเหมือนลูกศร สิ่งดี ประณีต นี้คือความไม่มีสัญญา ​(อสัญญีทิฏฐิ) ก็สมณพราหมณ์ผู้ใดผู้หนึ่งจักบัญญัติการมาเกิด หรือการไปเกิด การจุติ การอุบัติ ความเจริญ ความงอกงาม ความไพบูลย์ นอกจากรูป นอกจากเวทนา นอกจากสัญญา นอกจากสังขาร นอกจากวิญญาณ คำกล่าวดังนี้ของสมณพราหมณ์นั้น ไม่ใช่ฐานะที่มีได้ เรื่องไม่มีสัญญาดังนี้นั้น อันปัจจัยปรุงแต่ง เป็นของหยาบ และความดับของสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง มีอยู่ ทรงทราบว่าสิ่งนี้ยังมีอยู่ จึงเห็นอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้น เป็นไป ล่วงสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้นได้ เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น ท่านสมณพราหมณ์พวกบัญญัติอัตตาที่มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ ว่ายั่งยืนเมื่อตายไป ย่อมบัญญัติอัตตาที่มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ (๑) ชนิดมีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๒) ชนิดไม่มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๓) ชนิดทั้งมีรูปและไม่มีรูป ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี (๔) ชนิดมีรูปก็มิใช่ ไม่มีรูปก็มิใช่ ว่ายั่งยืน เมื่อตายไป ก็มี สมณพราหมณ์พวกบัญญัติอัตตาที่มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาว่ามิใช่ ว่ายั่งยืนเมื่อตายไป (เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ) ย่อมคัดค้านสมณพราหมณ์พวกสัญญีวาทะ แม้ท่านสมณพราหมณ์พวกบัญญัติอัตตาที่มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาว่ามิใช่ ว่ายั่งยืนเมื่อตายไป (เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ) ก็ย่อมคัดค้านสมณพราหมณ์พวกอสัญญีวาทะ นั่นเพราะเหตุไร เพราะสัญญา (สัญญีทิฏฐิ) เป็นเหมือนโรค เป็นเหมือนหัวฝี เป็นเหมือนลูกศร ความไม่มีสัญญา (อสัญญีทิฏฐิ) เป็นความหลง สิ่งดี ประณีตนี้ คือความมีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ (เนวสัญญีนาสัญญีทิฏฐิ) ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดบัญญัติการเข้าอายตนะนี้ด้วยเหตุเพียงสังขารที่ตนรู้แจ้ง โดยได้เห็นได้ยินและได้ทราบ การบัญญัติของสมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น บัณฑิตกล่าวว่าเป็นความพินาศของการเข้าอายตนะนี้ เพราะอายตนะนี้ ท่านไม่กล่าวว่าพึงบรรลุด้วยความถึงพร้อมของสังขาร แต่กล่าวว่าพึงบรรลุด้วยความถึงพร้อมของขันธ์ที่เหลือจากสังขาร เรื่องเนวสัญญานาสัญญายตนะดังนี้นั้น อันปัจจัยปรุงแต่งเป็นของหยาบ และความดับของสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง มีอยู่ ทรงทราบว่าสิ่งนี้ยังมีอยู่ จึงเห็นอุบายเป็นเครื่องสลัดออกจากสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้น เป็นไป ล่วงสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้นได้ อ่านต่อ https://uttayarndham.org/node/6857 🔸🔸🔸🔸🔸🔸 YouTube : @TipitakaGlory Line @ : @uttayarndham หรือ http://line.me/ti/p/@uttayarndham TikTok :   / tripitaka_glory