Перейти к содержимому

ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ตอน๑ชีวประวัติสมเด็จ

urai1791

0:00 / 0:00

ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ตอน๑ชีวประวัติสมเด็จ

1 748 985 просмотров · 12 л. назад
urai1791
234 тыс. подписчиков
1 748 985 просмотров · 12 л. назад
#เพลลิสต์urai1791สมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี #เพลลิสต์urai1791วัดระฆังโฆษิตาราม #เพลลิสต์สมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีurai1791 @ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ตอน๑ชีวประวัติสมเด็จ วัดระฆังโฆษิตาราม กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตนำเสียงบรรยายมาเผยแพร่เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมของชาวไทย #urai1791ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี “นอนอยู่อยุธยา มานั่งที่ไชโย โตที่วัดอินทร์ จำศีลที่วัดระฆัง” นี่คือคำกล่าวขานที่บอกต่อๆ กันมาถึงอริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต (โต พฺรหฺมรํสี) ซึ่งยังคงทิ้งปริศนาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ครุ่นคิดว่าแท้จริงแล้วท่านเป็นหน่อเนื้อกษัตริย์เป็นโอรสนอกเศวตฉัตรในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชอย่างที่มีการบันทึกต่อๆ กันมาหรือไม่ ในต้นรัตนโกสินทร์เป็นที่รู้กันว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต เป็นพระนักเทศน์และนักสอนธรรมะชนิดที่ไม่มีพระรูปใดในสยามเทียบได้ นอกจากนี้ท่านยังเป็นสมณะที่ไม่ยินดีในสมณศักดิ์ เป็นผู้สมถะ มักน้อย ไม่มีความทะยานในลาภ ยศ วัตถุ ไม่เรี่ยไร ไม่สะสมข้าวของ ปัจจุบันมีตำนานต่างๆ ที่กล่าวถึงท่านปรากฏอยู่มากมาย เล่ากันว่าคืนก่อนที่สามเณรโตจะย้ายไปอยู่วัดระฆังโฆสิตาราม พระอาจารย์รูปหนึ่ง (เข้าใจว่าเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ นาค) ได้ฝันว่ามีช้างเผือกตัวหนึ่งเข้ามากินหนังสือพระไตรปิฎกในตู้ของท่านจนหมด ชะรอยว่าจะมีคนนำเด็กที่เฉลียวฉลาดมีบุญมาฝากตัวเป็นศิษย์ รุ่งขึ้นท่านเจ้าคุณอรัญญิกก็นำสามเณรโตมาถวายตัวเป็นศิษย์  ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีมิชชันนารีเข้ามาเผยแผ่คริสต์ศาสนาในสยามหลายคณะ ด้วยความเป็นปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือของ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ในขณะนั้นทำให้นักบวชต่างศาสนามักมาแลกเปลี่ยนทัศนะกับท่านอยู่เนืองๆ ครั้งหนึ่งท่านนักบวชของคริสตจักรกล่าวสรรเสริญคุณธรรมของเจ้าประคุณสมเด็จฯ แต่ก็อดที่จะเปรียบเปรยไม่ได้ว่า ท่านเจ้าประคุณฯ แม้จะมีธรรมะอันลุ่มลึก แต่ในทางโลกก็ไม่สู้จะรู้เรื่องนัก ท่านเจ้าประคุณฯ ย้อนว่า ตัวท่านก็คงเช่นเดียวกัน บาทหลวงว่า ท่านรู้ดีทั้งทางโลกทางธรรม เช่น รู้ว่าโลกกลมไม่ได้แบน และมีปลาอานนท์หนุนอยู่ดังคติความเชื่อของคนไทยที่ได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนา เจ้าประคุณฯ แย้งว่า สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ 2,000 กว่าปีมาแล้วว่า โลกเรามีสัณฐานกลมเช่นผลมะขามป้อมที่พระองค์หยิบมาวางไว้บนฝ่าพระหัตถ์ และอาตมายังรู้ด้วยว่าจุดศูนย์กลางของโลกอยู่ที่ไหน“อยู่ตรงนี้ไงล่ะท่านบาทหลวง” ท่านชี้นิ้วลงตรงหน้า“ก็ท่านบอกอยู่แล้วว่าโลกกลม ฉะนั้นไม่ว่าจะเอานิ้วจิ้มลงไปที่ใด มันก็ตรงไปสู่จุดศูนย์กลางได้ทั้งนั้นแหละ” หลังสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พฺรหฺมรํสี สิ้นชีพิตักษัยในคืนวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2415เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อนายอาญาราช (อิ่ม) ผู้เป็นศิษย์ก้นกุฏิ เข้าไปเก็บในกุฏิก็ได้พบกระดาษชิ้นหนึ่งเขียนด้วยลายมือท่านเจ้าประคุณฯ เป็นคำทำนายชะตาเมืองในยุคกาลข้างหน้าว่า “มหากาฬ พาลยักษ์ รักมิตร สนิทธรรม จำแขนขาด ราชโจร ชนร้องทุกข์ ยุคทมิฬ ถิ่นกาขาว ชาววิไล”