พญาสายฟ้าฟาด กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองบางแก้ว (พัทลุง) เอกลักษณ์โนรา: มรดกทางวัฒนธรรมจากตำนาน
เรื่องเล่าจากบันทึก
0:00 / 0:00
พญาสายฟ้าฟาด กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองบางแก้ว (พัทลุง) เอกลักษณ์โนรา: มรดกทางวัฒนธรรมจากตำนาน
11 125 просмотров · 2 г. назад
เรื่องเล่าจากบันทึก
394 тыс. подписчиков
11 125 просмотров · 2 г. назад
พญาสายฟ้าฟาด กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองบางแก้ว (พัทลุง) เอกลักษณ์โนรา: มรดกทางวัฒนธรรมจากตำนาน #นางมโนรา
หากเอ่ยถึง #พญาสายฟ้าฟาด มักจะอดไม่ได้ที่จะนึกถึงโนรา ด้วยว่าพญาสายฟ้าฟาดทรงเป็นผู้พระราชทานเทริดพร้อมเครื่องต้น และแต่งตั้งขุนศรีศรัทธาผู้เป็นพระราชนัดดาให้มีหน้าที่ในการเผยแพร่การแสดงโนราไปยังท้องที่ต่าง ๆ เพื่อดึงผู้คนเข้าสู่ความศรัทธาในพุทธศาสนา จึงทำให้เมื่อเอ่ยถึงพระนามของพระองค์ เราจะต้องนึกคู่กับโนราเสมอ
แต่สิ่งที่เราต้องทราบประการหนึ่งคือ พญาสายฟ้าฟาดนั้นทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองเวียงบางแก้ว อันเป็นเมืองเก่าแก่ของชาวพัทลุง สันนิษฐานว่าในช่วงที่พระองค์ครองราชย์สมบัตินั้น อาจอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 13 ถึง 14 เป็นช่วงที่อาณาจักรศรีวิชัยกำลังเรืองอำนาจอยู่ โดยพญาสายฟ้าฟาดพระองค์ได้ทรงนำราษฎรบางส่วนจากฝั่ง สทิงพระ(ปัจจุบันอำเภอที่อยู่ใน จ.สงขลา) ที่มีความเจริญรุ่งเรืองกว่า ไปยังโคกเมืองบางแก้ว เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าภายในทะเลสาบในด้านตะวันออกมีศูนย์กลางการค้าหลักที่เมืองสทิงพาราณสี และในด้านตะวันตกได้มีศูนย์กลางเริ่มแรกในโคกเมืองบางแก้ว นอกจากวัตถุประสงค์ในการสถาปนาเมืองเวียงบางแก้ว นอกจากจะเพื่อระบายประชากรมาสู่ฝั่งตะวันตกแล้ว ยังมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมเส้นทางการหาของป่า และบุกเบิกพื้นที่สำหรับทำนา เพื่อเพิ่มทรัพยากรสำหรับขยายอาณาจักร
โดยภาพรวมในพุทธศตวรรษที่ 13 ถึง 14 หลังจากที่พระเจ้าศรีพาลบุตร กษัตริย์ศรีวิชัยราชวงศ์ไศเลนทร์ที่ปกครองชวากลาง ได้ถูกกษัตริย์พื้นเมืองราชวงศ์สัญชัยยกทัพขับไล่ ทำให้ทรงกลับมาอาศัยที่กรุงกฑาหะ หรือ จังหวัดเคดาห์ ในประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน ความยิ่งใหญ่ของศรีวิชัยได้ลดลงหลัง จากสูญเสียดินแดนหมู่เกาะชวากลาง แต่ดินแดนในพื้นที่ตอนบน ตั้งแต่เมืองไชยาจรดลงมาจนปลายแหลมมลายูและบางส่วนของเกาะสุมาตรา ยังคงตกเป็นของศรีวิชัย ศูนย์การค้าขายที่ควบคุมช่องแคบมะละกา และช่องทางการสัญจรระหว่างคาบสมุทร ยังคงสร้างความรุ่งเรืองให้แก่อาณาจักร โดยในพื้นที่ลุ่มทะเลสาบสงขลา เป็นเมืองท่าฝั่งตะวันออก ที่เชื่อมการค้าขายระหว่างอาณาจักรพระนคร จักรวรรดิจีน อาณาจักรจากฝั่งตะวันตกอย่างสิงหล ( ลังกา ) ปาณฑยะ และปัลลวะ โดยมีหลักฐานจากเทวรูปในศาสนาพราหมณ์ เทวรูป พระโพธิสัตว์ และพระพุทธรูปในศาสนาพุทธที่มีการพบภายในพื้นที่ อ.สทิงพระ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันความเจริญของบ้านเมืองสทิงพาราณสีในขณะนั้น
ดินแดนสทิงพาราณสี ในห้วงพุทธศตวรรษที่ 13 ถึง– 14 มีฐานะเป็นหนึ่งในหัวเมืองของสหพันธรัฐศรีวิชัย มีพื้นที่ครอบคลุมในพื้นที่รอบลุ่มทะเลสาบสงขลา พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพัทลุง มีบางส่วนของนครศรีธรรมราชและจังหวัดตรังรวมอยู่ด้วย จากชัยภูมิพื้นที่อันเป็นหัวเมืองท่า ทำให้สทิงพาราณสีเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก หลังจากที่สั่งสมรากฐานความเจริญมาตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 11 สันนิษฐานว่าพญาสายฟ้าฟาด ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ครองกรุงสทิงพาราณสีในช่วงเวลาพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 ที่ดินแดนลุ่มน้ำทะเลสาบมีความเจริญถึงขีดสุด จนเป็นเหตุให้ต้องมีการขยายพื้นที่การปกครองเพื่อรักษาเส้นทางเดินข้ามคาบสมุทร ระหว่างท่าปลันดาในฝั่งเมืองตรัง ผ่านป่าเขาและทุ่งราบในพื้นที่ทางตอนกลางของคาบสมุทร มาสิ้นสุดที่เมืองท่าทางตะวันออก เพื่อที่จะเป็นการควบคุมเส้นทางการค้าขาย และบุกเบิกเส้นทางการหาสินค้าจากป่านำไปค้าขายกับอาณาจักรต่าง ๆ ซึ่งพญาสายฟ้าฟาด ทรงสถาปนาบ้านเมืองหรือที่ตำนานเรียกว่า ตั้งบ้านตั้งเมืองขึ้นที่โคกเมืองบางแก้ว เพื่อเป็นเมืองท่าจากฝั่งด้านในทะเลสาบ โดยมีหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ คือฐานศิวลึงค์ของโบสถ์พราหมณ์โบราณที่อยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระบรมธาตุเจดีย์เขีบนบางแก้ว ซึ่งฐานศิวลึงค์นั้นมีอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ถึง 13 โดยประมาณ สันนิษฐานว่า แรกเริ่มเดิมทีโคกเมืองบางแก้วคงเป็นชุมชนที่มีการนับถือศาสนาพราหมณ์ ต่อมาได้มีวิวัฒนาการของการขยายชุมชน และกลายเป็นบ้านเมืองสมบูรณ์ในยุคของพญาสายฟ้าฟาด
อาณาจักรที่ใกล้เคียงกับสทิงพาราณสี ในยุคพุทธศตวรรษที่ 13 ถึง14 ในทางทิศใต้ของสหพันธรัฐศรีวิชัย มีอาณาจักรมะตะรัมที่ปกครองโดยระตูกะปิตันแห่งราชวงศ์สัญชัย ทางด้านทิศตะวันตก มีอาณาจักรสิงหลที่ถูกปกครองโดยราชวงศ์ลัมพะกันนะ อยู่ในระหว่างรัชสมัยของพระเจ้าอัคคโพธิที่ 8 ถึงพระเจ้าเสนะที่ 2 และอาณาจักรปัลลวะ ที่ถูกปกครองโดยพระเจ้านันทิวรมันที่ 3 ทางด้านทิศอีสาน อาณาจักรพระนคร ( เขมร ) ถูกปกครองโดย พระเจ้าชัยวรมันที่ 3 อาณาจักรจามปา ถูกปกครองโดย พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 ส่วนในจักรวรรดิจีนในยุคนั้น ตรงกับปลายยุคราชวงศ์ถัง อาจอยู่ระหว่างรัชสมัยของพระจักรพรรดิถังเหวินจง ถึงรัชสมัยของพระจักรพรรดิถังอี้จง ซึ่งอาณาจักรโดยรอบของศรีวิชัยในขณะนั้น ล้วนแต่เป็นอาณาจักรที่เข้มแข็งในทางการเมืองและการปกครองทั้งสิ้น
หากว่าเมืองสทิงพาราณสี ที่ปกครองโดยพญาสายฟ้าฟาดไม่มีความสามารถทางการเมืองและการทหารแล้ว ก็คงไม่สามารถป้องกันการขยายอิทธิพลของอาณาจักรรอบข้างได้ เพราะในช่วงเวลานั้น อาณาจักรต่าง ๆ ทั้งมะตะรัม สิงหล ปัลลวะ อาณาจักรหริหราลัย ( อาณาจักรพระนคร / เขมร ) ล้วนแต่มีแสนยานุภาพทางด้านรบพุ่งและขยายดินแดน
คุณูปการโดยหลักของพญาสายฟ้าฟาด พระมหากษัตริย์ผู้ตั้งเมืองพัทลุงนั้น มีดังต่อไปนี้
1. บุกเบิกพื้นที่ฟากตะวันตกของทะเลสาบสงขลา สำหรับทำการเกษตร และเชื่อมเส้นทางข้ามคาบสมุทร จากท่าปลันดาในจังหวัดตรังปัจจุบันมายังนครสทิงพาราณสีในฟากตะวันออก
#เรื่องเล่าจากบันทึก เล่าเรื่องต่างๆที่มีสาระและน่าสนใจ ประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญต่างๆ รวมถึงธรรมะคำสอนต่างๆ