Перейти к содержимому

อาการบวมน้ำเหลือง ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคอ้วน

Spa Born Academy - Pimjai Lancaster

0:00 / 0:00

อาการบวมน้ำเหลือง ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคอ้วน

4 018 просмотров · 5 л. назад
Spa Born Academy - Pimjai Lancaster
119 тыс. подписчиков
4 018 просмотров · 5 л. назад
อาการบวมน้ำเหลือง ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคอ้วน ถ้าคุณ คือ คนหนึ่งที่ประสบปัญหา กินน้อยกว่าคนอื่น แต่น้ำหนักขึ้นไวผิดปกติ ออกกำลังกายแทบจะทุกวัน แต่น้ำหนักไม่เคยลด น้ำหนักขึ้นในชั่วข้ามคืน 1-2 กิโลกรัม ทั้งๆที่คุณก็ไม่ได้ทานอะไรมากมาย น้ำหนักขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ รู้สึกหนักแขน หรือ ขา หรือเคลื่อนไหวลำบาก มีเซลล์ลูไลต์ตามขา ขนาดใหญ่ เจ็บปวดตามแขนขา โดยไม่มีสาเหตุ ช้ำง่าย หรือช้ำโดยไม่รู้ตัว แถมช้ำนาน ผิวหนังเกลี้ยง และเด้งเหมือนเตียงน้ำ เดินหรืออกกำลังกายไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็รู้สึกปวดขา ปวดและเมื่อยมาก แต่โดนนวดนิดเดียวจะรู้สึกเจ็บ แขนขาบวมผิดปกติ ร่างกายไม่สมส่วน เช่น ท่อนล่างใหญ่กว่าท่อนบน ขา หรือแขนสองข้างขนาดไม่เท่ากัน ถ้าที่กล่าวมา คุณมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย 4 อาการ คุณอาจเป็นกำลังประสบกับภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) เป็นภาวะที่มีการบวมของเนื้อเยื่อร่างกายเรื้อรัง (มีการคั่งสะสมของน้ำเหลืองในขั้นใต้ผิวหนัง) โดยสามารถมีอาการได้ทุกบริเวณของร่างกาย แต่มักมีอาการที่แขน มือ เท้าและขา ภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) เกิดจากทางเดินน้ำเหลืองอุดตันหรือถูกทำลาย ซึ่งในน้ำเหลืองจะมีไขมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อสะสมจะเกิดเป็นก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังได้ อาการอื่นๆ ของภาวะบวมน้ำเหลือง ได้แก่ อาการปวด ความรู้สึกหนักตรงบริเวณที่เป็น และเคลื่อนไหวลำบาก ภาวะบวมน้ำเหลืองสามารถมีอาการแย่ลงได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง สาเหตุ ภาวะบวมน้ำเหลือง พันธุกรรม ภายหลังจากการผ่าตัดที่ต้องตัดต่อมน้ำเหลืองออก ภายหลังได้รับการฉายรังสีรักษาใกล้ขาหนีบ รักแร้ ผิวหนังเกิดภาวะติดเชื้อและอักเสบรุนแรงซ้ำๆ การได้รับอุบัติเหตุเป็นแผลลึก ภาวะหลอดเลือดดำขอดหรือตีบตัน ซึ่งพบได้มากที่ขา ติดเชื้อหนอนพยาธิฟิลาเรีย ซึ่งมียุงเป็นพาหะ บางทีเป็นเพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ระยะและความรุนแรงของโรค ขึ้นกับความเสียหายของหลอดน้ำเหลืองและเนื้อเยื่อข้างเคียง ระยะแรกอาจไม่แสดงอาการใดๆ เริ่มมีอาการบวม เมื่อใช้นิ้วกดแล้วเป็นรอยบุ๋ม แต่สามารถยุบบวมเองได้ บวมแล้วไม่ยุบ ต่อมาผิวหนังมีความผิดปกติ เริ่มมีการสะสมของพังผืดใต้ผิวหนังมาก ผิวมีสีคล้ำและหนาขึ้น #หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการอักเสบติดเชื้อใต้ผิวหนัง (Cellulitis) และถ้าหากไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ระบบทางเดินน้ำเหลืองและกลไกการทำงาน(Lymphatic system) ระบบน้ำเหลืองทำหน้าที่หลัก 4 อย่าง คือ ระบายของเหลวที่อยู่ระหว่างเซลล์ ดูดซับไขมัน ทำงานร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดักจับสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้าสู่ร่างกาย โหนดจะกรองและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ย่อยสลายและของเสีย วิธีบำบัดอาการบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) คนที่เป็นโรคนี้จำเป็นต้องดูแลรักษาตนเองให้ดีตลอดชีวิต การนวดระบายน้ำเหลือง การใส้ผ้ายืดรัดเพื่อป้องกันการขยายใหญ่ การความคุบอาหารและออกกำลังกาย การดูแลผิวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การดูแลสุขภาพ เช่น ยกขาสูงเวลานอน การดูดไขมัน การผ่าตัดท่อน้ำเหลือง การนวดระบายน้ำเหลือง Manual lymph drainage (MLD) คิดค้นโดย Dr. Emil Vodder เอมิล วอดเดอร์ และภรรยาของเขา Estrid เอสตริด ในปี 1937 โดยเริ่มจากการนวดบำบัด เพื่อลดอาการบวมของน้ำเหลือง และนวดให้ผู้ที่เป็นหวัด และไข้หวัด ซึ่งได้ผลในการรักษาที่ดีมาก จนเป็นที่แพร่หลายอย่างมาก ต่อมาในปี 1967 ได้มีการนวดระบายน้ำเหลืองในวงการความงาม โดยนวดให้ผู้ป่วยหลังผ่าตัดศัลยกรรม และผู้ป่วยที่ลอกผิว เพื่อลดอาการบวมและอักเสบ