มีเงินหมื่นล้าน แต่เลือกอยู่เมืองไทย เจ้าของแบรนด์ดัง เผยคนไทยไม่เหมือนใคร ระบบสุขภาพดีที่สุดในโลก
Thailand & The World
0:00 / 0:00
มีเงินหมื่นล้าน แต่เลือกอยู่เมืองไทย เจ้าของแบรนด์ดัง เผยคนไทยไม่เหมือนใคร ระบบสุขภาพดีที่สุดในโลก
427 814 просмотров · 1 год назад
Thailand & The World
214 тыс. подписчиков
427 814 просмотров · 1 год назад
มหาเศรษฐีหมื่นล้านเจ้าของแบรนด์ดังระดับโลก ขอเลือกเมืองไทยเป็นบ้านหลังสุดท้าย ไม่เคยเจอคนชนชาติไหนที่เป็นแบบนี้มาก่อน วัฒนธรรมไทยไม่เหมือนที่ใดในโลก ภูเก็ตคือทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในโลก มาตรฐานการแพทย์ไทยดีกว่าทุกประเทศ ทั้งอเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่สิงคโปร์ เปิดเผยจากประสบการณ์ตรง
Max Chernov youtuber ชื่อดังชาวรัสเซีย ที่อาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์ จากช่อง youtube ชื่อเดียวกันที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3 แสนคน ได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวและมุมมองการใช้ชีวิตของมหาเศรษฐีหมื่นล้านเชื้อสายอินเดีย Mohan Murjani เจ้าของ Murjani Group หนึ่งในบริษัทผลิตเสื้อผ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงแบรนด์แฟชั่นดังอย่าง Tommy Hilfiger และอีกหลายแบรนด์ Mohan Murjani เกิดในประเทศอินเดีย เติบโตที่ฮ่องกง และได้รับการศึกษาในประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะเข้าร่วมงานกับบริษัท Murjani กิจการของครอบครัวในปี 1966 ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อของเขาเองมาตั้งแต่ปี 1930 ด้วยการเปิดกิจการค้าปลีกในมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนจนสามารถขยายกิจการกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ในเวลาต่อมา ด้วยยอดขายถึงกว่า 10 ล้านชิ้นในแต่ละปี ก่อนที่จะมีการเปิดตัวแบรนด์ดังอย่าง Gloria Vanderbuilt และ Tommy Hilfiger เมื่อราว 40-60 ปีก่อน จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เรียกว่าเป็นผลงานสำคัญในยุคของเขาเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเราก็คืออะไรที่ทำให้มหาเศรษฐีระดับโลกคนนี้ เลือกเมืองไทยเป็นบ้านหลังสำคัญในชีวิต ด้วยการสร้างคฤหาสก์หลังใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติและภูเขาในจังหวัดภูเก็ต ที่เขายืนยันจากประสบการณ์ จากการที่ได้เดินทางและเคยอาศัยอยู่ประเทศต่างๆทั่วโลกมาแล้วว่า ประเทศไทยดีที่สุดและเหนือกว่าประเทศชั้นนำต่างๆทั่วโลก วันนี้ Max Chernov ได้ใช้โอกาสนี้เปิดเผยมุมมองของ mohan ที่มีต่อเมืองไทย และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต จนถึงอายุ 78 ปีในปีนี้ แม้ว่า mohan จะเคยให้สัมภาษณ์ออกสื่อเกี่ยวกับบ้านพักและชีวิตส่วนตัวของเขาในเมืองไทยไปบ้างแล้วก็ตาม
Mohan เปิดเผยว่า ตอนที่เขามาเมืองไทยครั้งแรก เขารู้สึกว่าเขาได้กลับมายังบ้านของเขาที่ฮ่องกง เพราะอาคารและสิ่งต่างๆที่เก่า ทำให้เหมือนย้อนเวลา กลับไปในยุคฮ่องกงสมัยก่อน ที่ไม่ได้ทันสมัยเหมือนฮ่องกงในยุคนี้ ซึ่งเมื่อ 12 ปีก่อน ภูเก็ตมีตึกรามบ้านช่องน้อยกว่าทุกวันนี้ ที่สามารถซื้อผลไม้สดจากร้านค้าและตลาดได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อที่ซูปเปอร์มาร์เก็ต มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้เขานึกถึงฮ่องกงยุคก่อน แต่ก็มีชายหาดที่สวยงามด้วย มันทำให้เขาตกหลุมรักที่นี่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คนไทย เขาเคยเดินทางไปในหลายประเทศมาแล้วทั่วโลก แต่เขาไม่เคยเจอคนชนชาติไหนหรือชาติใด ที่ให้การต้อนรับที่อบอุ่นเท่าคนไทยมาก่อน ไม่มีเลย อย่างถ้าคุณไปเที่ยวฝรั่งเศสที่คนไม่พูดภาษาอังกฤษกัน เวลาที่พวกเขาเจอคุณ และรู้ว่าสื่อสารกันไม่ได้ เขาก็จะไม่สนใจคุณและเดินหนีไปเลย แต่หากชาวต่างชาติมาเมืองไทย และเราพูดภาษาของชาวต่างชาติเหล่านั้นไม่ได้ แต่คนไทยก็ยังยิ้มรับและพยายามช่วยเหลือ แม้ว่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังหาทาง เรียกคนที่พูดภาษาอังกฤษได้มาช่วยคุณ พวกเขาจะไม่ทิ้งคุณไว้แบบนั้น คนไทยใจดี ชอบช่วยเหลือและมีแต่ให้ตลอด โมฮันบอกว่าเขาไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน และพวกเขาก็ไม่ใช่พวกที่นิยมความรุนแรงหรือทำตัวไม่เหมาะสม แต่เป็นคนที่อ่อนโอน ใจดี ซึ่งอาจจะมาจากการเป็นเมืองพุทธของประเทศไทย พระพุทธเจ้าก็นับถือศาสนาฮินดูมาก่อน ตัวเขาเลยมองว่า ศาสนาพุทธและฮินดูเหมือนกัน เขาซึ่งนับถือศาสนาฮินดู จึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจหากต้องไปวัดหรือเข้าร่วมพิธีกรรมของศาสนาพุทธ แต่เหตุผลหลักๆที่เขาเลือกอยู่ที่นี่ก็คือคนไทย ที่เขาบอกว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลก มีความเมตตามากที่สุด โมฮันบอกว่า ที่ตลกก็คือ เวลาคนไทยหรือคนจีน พยายามพูดภาษาอังกฤษ พวกเขามักจะถูกล้อว่า พูดภาษาทิงลิช หรือชิงลิช ซึ่งเหมือนเป็นการดูถูก ในทางกลับกัน พอชาวต่างชาติพยายามพูดภาษาไทยแบบผิดๆถูกๆ หรือสำนียงไม่ดี คนไทยกลับมองว่าน่ารัก และมีควาามสุขที่เห็นชาวต่างชาติพยายามพูดภาษาของเขา เราจึงเห็นความแตกต่างของคนในโลกนี้ ในขณะที่คนไทยพยายามมองในด้านบวกและมีจิตใจที่ดี
ที่มา: • Why this Billionaire chose Thailand over t...
ติดตามช่องของเราได้ที่นี่ FaceBook / thailand.theworld