ธรรมที่แตกต่างจากลัทธิอื่น
อริยสงฆ์
0:00 / 0:00
ธรรมที่แตกต่างจากลัทธิอื่น
117 просмотров · 12 дней назад
อริยสงฆ์
56 подписчиков
117 просмотров · 12 дней назад
การละ (ปหานะ) หรือการปล่อยวางอกุศล กิเลส และความยึดมั่นถือมั่นในศาสนาพุทธ ทำได้ผ่านการฝึกตนตามลำดับตั้งแต่ระดับหยาบไปจนถึงระดับละเอียด โดยมีหลักปฏิบัติหลักดังนี้:
1. การละตามระดับความลึก (ไตรสิกขา)
ศีล (ละทางกายและวาจา): รักษาศีล 5 เพื่องดเว้นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นการละอกุศลกรรมอย่างหยาบชั่วคราวด้วยการตั้งใจงดเว้น (ตทังคปหาน)
สมาธิ (ละทางใจ): ฝึกจิตให้ตั้งมั่นเพื่อสะกดและกดข่มนิวรณ์ 5 (ความโลภ ความโกรธ ความง่วง ความฟุ้งซ่าน ความลังเล) ไม่ให้เข้ามาครอบงำจิตใจ (วิกขัมภนปหาน)
ปัญญา (ละอย่างเด็ดขาด): เจริญวิปัสสนากรรมฐานเพื่อให้เห็นความจริงของกายและใจ จนถอนรากถอนโคนกิเลสและความเข้าใจผิดได้อย่างถาวร (สมุจเฉทปหาน)
2. ความเพียรเพื่อการละ (สัมมัปปธาน 4)
สังวรปธาน: เพียรระวังสำรวบระวังไม่ให้อกุศลหรือความชั่วใหม่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ปหานปธาน: เพียรละอกุศลหรือความคิดไม่ดีที่เกิดขึ้นแล้วในจิตใจทันที ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ
3. การเจริญสติและปัญญาเพื่อละอุปาทาน
รู้ทันโดยไม่ปรุงแต่ง: ฝึกมีสติเฝ้าสังเกตความคิด อารมณ์ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยไม่เข้าไปยินดียินร้ายหรือดึงมาเป็นตัวเรา
พิจารณาไตรลักษณ์: สังเกตความจริงว่าทุกอย่าง ไม่เที่ยง (อนิจจัง) ถูกบีบคั้นให้เปลี่ยนสภาพ (ทุกขัง) และ ไม่มีตัวตนที่แท้จริงให้ยึดครอง (อนัตตา) เมื่อจิตเกิดปัญญารู้แจ้ง จะปล่อยวางความยึดติดไปเองโดยธรรมชาติ