ภาพเก่าเล่าเรื่อง: ไปดูทีวีบ้านคนอื่น ที่บ้านไม่มีทีวีดู ดูทีวีขาวดำพ่วงแบตเตอรี่ 12 โวลต์
บัญญัติ คําประภา
0:00 / 0:00
ภาพเก่าเล่าเรื่อง: ไปดูทีวีบ้านคนอื่น ที่บ้านไม่มีทีวีดู ดูทีวีขาวดำพ่วงแบตเตอรี่ 12 โวลต์
2 677 просмотров · 3 дн. назад
บัญญัติ คําประภา
145 тыс. подписчиков
2 677 просмотров · 3 дн. назад
สวัสดีครับ ผมครูบัญญัติ คำประภา เสนอ ภาพเก่าเล่าเรื่องในอดีต เรื่อง “ไปดูทีวีบ้านคนอื่น เพราะที่บ้านไม่มีทีวี” เชิญย้อนอดีตรับชมรับฟังไปด้วยกันครับ...
ภาพที่ 1 ภาพที่ 1 เด็กชายในชุดเสื้อยืดสีเขียวตัวใหญ่เกินตัวและกางเกงขายาว ใส่รองเท้าแตะ ยืนพิงเสาปูนอยู่ด้านนอกร้านค้า สายตาของเขาจับจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดเล็กที่อยู่ด้านในอย่างใจจดใจจ่อ แม้ตัวของเขาจะอยู่ห่างจากทีวีเครื่องนั้นเพียงไม่กี่ก้าว แต่ "ระยะห่างทางสถานะ" กลับทำให้เขาทำได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ข้างนอก โดยไม่กล้าก้าวข้ามประตูเข้าไปนั่งดู ในขณะที่เด็กหลายคนในยุคนี้เข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือทีวีจอใหญ่ที่บ้าน แต่สำหรับเด็กในภาพ ความบันเทิงพื้นฐานอย่างการดูการ์ตูนกลับเป็น สิ่งที่เขาหาดูยาก ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า โลกเราไม่ได้หมุนไปอย่างเท่าเทียมกันสำหรับทุกคน บางคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีพร้อมทุกสิ่ง แต่บางคนขอแค่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในวัยเด็ก ก็ยังต้องดิ้นรนและรอคอยความเมตตาจากครอบครัวคนอื่น แม้ชีวิตจะขาดแคลน แต่ความต้องการในวัยเด็กนั้นเรียบง่าย ความสุขของเขาในตอนนั้นอาจเป็นเพียงการได้เห็นตัวการ์ตูนเคลื่อนไหวบนจอ แม้จะต้องยืนขาแข็งอยู่ข้างเสาก็ตาม ภาพนี้เตือนใจเราว่า สิ่งที่เรามองว่าเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน อาจเป็นสิ่งเยียวยาจิตใจและเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของใครอีกหลายๆ คน คนเราอาจเลือกเกิดไม่ได้ แต่ความเห็นอกเห็นใจและการหยิบยื่นโอกาสให้กันในสังคม คือสิ่งที่จะช่วยลดช่องว่างและส่งต่อรอยยิ้มให้กับเด็กหลายๆ คนได้
-สำหรับรายละเอียดในภาพ ตู้แช่เป็นของแบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่ Powerade ข้อความบนตู้เป็นภาษาสเปน เขียนว่า "DISFRUTANDO LOGRAS MÁS หมายถึง ยิ่งมีความสุข คุณก็ยิ่งทำได้มากกว่าเดิม เสื้อของเด็กมีข้อความว่า "CHIAPAS JAGUARES" ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลอาชีพในรัฐชาปัส ประเทศเม็กซิโก ซึ่งก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2545 และยุบทีมเมื่อปีพุทธศักราช 2560 ตามข้อมูลรายละเอียดภาพ ผมสันนิฐานว่า ภาพนี้น่าจะถ่ายในช่วงปีพุทธศักราช 2557-2559 และเด็กในภาพไม่ใช่เด็กไทย น่าจะเป็นเด็กชาวเม็กซิโก ผิดถูกประการใดมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ครับ
ภาพที่ 2 รู้ไหมครับว่า ในยุคที่ไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มีอินเทอร์เน็ต และไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงในหลายพื้นที่ ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเด็กๆ และคนในหมู่บ้านยุคนั้น คือได้ดูทีวีโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นทีวีสีหรือขาวดำ ภาพนี้คือภาพแห่งความทรงจำ ถ่ายในปีพุทธศักราช 2526 โดยอาจารย์โด่ง ร้อยเอ็ด ได้ถ่ายภาพบรรยากาศของทีวีเครื่องแรกในหมู่บ้านเอาไว้ ที่ใต้ชั้นวางทีวี จะเห็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในยุคนั้น นั่นคือ 'แบตเตอรี่รถยนต์' ขนาดใหญ่ เพราะในสมัยนั้นบางหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ การจะเปิดทีวีได้ ต้องต่อตรงจากแบตเตอรี่แบบนี้ และต้องประหยัดกันสุดๆ ภาพนี้เป็นบรรยากาศในช่วงเช้า เราจะเห็นเด็กๆ มานั่งดูทีวี โดยสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หน้าจอแก้วสี่เหลี่ยมเล็กๆ อย่างใจจดใจจ่อ เพราะนี่คือช่วงเวลาสำคัญที่เด็กๆ ทุกคนรอคอย... คิวของละครจักรๆ วงศ์ๆ หรือละครพื้นบ้านในยามเช้าของวันเสาร์และวันอาทิตย์มาแล้ว เช่น เรื่อง ขวานฟ้าหน้าดำ เรื่องสังข์ทอง ที่พวกเขาอยากดู และไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้น พอตกค่ำ... ทีวีเครื่องเดิมนี้แหละ จะกลายเป็นศูนย์รวมใจของคนแก่คนเฒ่า หรือผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ที่จะแห่กันมาดูละครหลังข่าว ทีวีในยุคนั้นจึงไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะของคนในชุมชนเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง เห็นภาพนี้แล้ว ใครมีความทรงจำร่วมในยุคปีพุทธศักราช 2520-2526 บ้างครับ ใครเคยไปนั่งล้อมวงดูทีวีบ้านคนอื่น ใครเคยนำแบตเตอรี่ไปชาร์จเพื่อเอามาเปิดทีวีบ้าง ย้อนความทรงจำในอดีตได้ครับ
-สำหรับทีวีที่เห็นในภาพนี้คือ ทีวีจอแก้วระบบอนาล็อกยอดฮิตในปีพุทธศักราช 2526 ตัวเครื่องมีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมทรงหนาลึก หน้าจอโค้งนูน ด้านขวามีแผงปุ่มบิดสำหรับหมุนเปลี่ยนช่องสัญญาณและปรับระดับเสียง รับสัญญาณภาพผ่านเสาอากาศหนวดกุ้งที่ตั้งอยู่ด้านบน หัวใจสำคัญที่ทำให้ทีวีเครื่องนี้เปิดใช้งานได้ ในยุคที่ไม่มีไฟฟ้า คือแบตเตอรี่รถยนต์ขนาด 12 โวลต์ ที่วางอยู่พื้นด้านล่าง
ภาพที่ 3 เคยมีโมเมนต์แบบนี้ไหมครับ? ในยุคที่บ้านเรายังไม่มีทีวี ถ้าอยากจะดูละคร หรือดูการ์ตูนสักเรื่อง สิ่งเดียวที่ทำได้คือ... เดินไปร่วมล้อมวงดูทีวีบ้านคนอื่น ภาพนี้เป็นบรรยากาศที่เด็กๆ และผู้ใหญ่ในหมู่บ้านนับสิบคน ยอมมานั่งเบียดเสียดกันบนพื้น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่หน้าจอทีวีตู้สี่เหลี่ยม ในยุคนั้นทีวีขาวดำ ถือเป็นของล้ำค่าที่มีเพียงเครื่องเดียวในหมู่บ้าน และในหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ การจะเปิดทีวีได้แต่ละครั้ง จึงต้องพ่วงต่อสายไฟยาวเหยียดเข้ากับแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ความสุขนี้ก็ไม่ได้มาง่ายๆ หลายคนคงจำได้ดีว่า ก่อนจะได้สิทธิ์เข้าไปนั่งดู เราต้องตื่นแต่เช้า บางครั้งก็ต้องช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เจ้าของทีวี เพื่อเป็นใบเบิกทางในการได้ดู บางคนยังเคยจ่ายเงินบาทสองบาทจึงจะได้ดูทีวีบ้านเขา บางครั้งกำลังดูสนุกๆ แล้วแบตเตอรี่เกิดหมดกลางคัน หรือบางครั้งถ้านั่งดูนานเกินไป เจ้าของบ้านก็จะเดินมาปิดทีวีเอาดื้อๆ จนต้องแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยความเสียดายก็เคยมี แม้จะเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก และต้องคอยง้อคอยเกรงใจเจ้าของบ้านอยู่เสมอ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทีวีในยุคนั้น คือสิ่งที่ช่วยสร้างความสุข เสียงหัวเราะ และเปิดโลกทัศน์อันกว้างใหญ่ให้กับพวกเราได้
ขอบคุณที่ติดตามและรับชม โปรดติดตามตอนต่อไป สวัสดีครับ
…เครดิต ขอบคุณ...
ภาพเก่าในอดีต, อาจารย์โด่ง ร้อยเอ็ด
Gaston Pardalecki
..........................................................
บัญญัติ คำประภา : สร้างสรรค์/นำเสนอ
ติดตามผลงานได้ที่ช่อง Youtube : บัญญัติ คำประภา
Facebook Reels : ครูบัญญัติ คำประภา
Tiktok : ครูบัญญัติ คำประภา
ขอบคุณที่ติดตามและรับชมครับ