Перейти к содержимому

เปิดคำร้องฝากขัง นายโชติ-น.ส.เอ๋ เบียดบังเงินวัด 92 ล้าน | ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์

Ch7HD News

0:00 / 0:00

เปิดคำร้องฝากขัง นายโชติ-น.ส.เอ๋ เบียดบังเงินวัด 92 ล้าน | ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์

260 481 просмотр · 6 часов назад
Ch7HD News
4,42 млн подписчиков
260 481 просмотр · 6 часов назад
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ตำรวจนำตัว "นายโชติ" และ "สีกาเอ๋" ไปขออำนาจศาลฯ ฝากขัง ในคำร้องขอฝากขังจะมีรายละเอียดเบื้องต้นของคดี ไปดูกันว่ารายละเอียดที่ว่า บอกอะไรที่สำคัญบ้าง ในคดีนี้ โดยข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารคำร้องขออนุญาตฝากขัง มีการระบุผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ นางสาวปุณยวีร์ หรือ เอ๋ ขออนุญาติฝากขังทั้ง 2 คน โดย นายอติโชติ ถูกดำเนินคดีใน 5 ข้อหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต สมคบตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ส่วน นางสาวปุณยวีร์ ถูกดำเนินคดีใน 5 ข้อหา คล้าย ๆ กัน แต่เป็นความผิดฐานให้การสนับสนุนในการกระทำผิด และความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ไฮไลต์สำคัญอยู่ตรงนี้ หลังตำรวจกองปราบฯ ได้ข้อมูลเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมของทั้งสองคน แล้วพบว่า นางสาวปุณยวีร์ ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่อยู่ ๆ กลับมีทรัพย์สิน เพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ จึงตรวจสอบจนพบพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่ สั่งให้ออกใบอนุโมทนาบัตรของ "วัดพุทไธศวรรย์" แก่ผู้ที่ชำระเช่าบูชาวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่ตนเองได้จัดสร้างขึ้น จัดตั้ง "มูลนิธิหวันโชติ" ขึ้นมา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบการโอนเงินค่าเช่าบูชาวัตถุมงคล โดยมีหลักฐานเป็นการ ออกใบอนุโมทนาบัตรแบบ e-Donation ของวัดพุทไธศวรรย์ และการออกใบอนุโมทนาบัตรแบบเขียนด้วยลายมือ เพื่อร่วมทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์วัด ที่ไม่ถูกต้องตามวิธีการของกรมสรรพากร และจากจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก็ไม่พบการนำเงินเข้าบัญชีของวัดพุทไธศวรรย์ เพื่อใช้จ่ายในกิจการของวัดแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่า นายอติโชติ มีเจตนาต้องการนำเงินไปโดยทุจริต มีหลักฐานการโอนเงินออกใบอนุโมทนาบัตร 22 รายการ เป็นเงินประมาณ 2.8 ล้านบาท และคำให้การพยานบุคคล ยืนยันว่าได้รับคำสั่งจากเจ้าอาวาส ให้ออกใบอนุโมทนาบัตรที่มีการระบุเพื่อทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์วัด อีกกว่า 89.2 ล้านบาท ทำให้วัดต้องเสียผลประโยชน์ไปเป็นเงินกว่า 92 ล้านบาท ส่วน นางสาวปุณยวีร์ ตรวจสอบไม่พบข้อมูลการประกอบอาชีพ และส่งรายได้แก่กรมสรรพากร แต่กลับเป็นเจ้าของบ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง รถยนต์เอนกประสงค์ราคาแพง มีการอำพรางไม่ใส่ชื่อตนเองเป็นผู้ครอบครอง เช่น บ้านหลังหนึ่ง พบใส่ชื่อบุตรสาว ที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ยังไม่มีความสามารถเพียงพอจะซื้อบ้านดังกล่าวได้ รวมถึงมีเงินฝากในบัญชีธนาคารมากกว่า 5 ล้านบาท ข้อมูลนี้จึงสอดคล้องกับที่ ผู้บังคับการปราบปราม บอกว่า จะต้องขยายผลตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินอย่างน้อย 2 ส่วน ส่วนแรก คือที่ปรากฎตามพยานหลักฐาน อย่างที่เราได้นำเสนอไปเมื่อสักครู่ อีกส่วนคือที่จะตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงถึง เพื่อดูว่าเส้นทางการเงินมาจากไหนและไหลไปไหน ก็จะต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนทุกคน ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก เช่น ไวยาวัจกร ลูกศิษย์คนใกล้ชิด คาดว่าตลอดทั้งสัปดาห์จะมีการเรียกสอบพยานอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปาก ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด หรือคนที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึง เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงในคดีนี้ #ข่าวช่อง7 #ห้องข่าวภาคเที่ยงสุดสัปดาห์ #อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ #สีกาเอ๋ #วัดพุทไธศวรรย์ #อมเงินวัด #กองปราบ ติดตามข่าวช่อง 7HD ได้ทาง Application : https://go.ch7.com/app Website : https://www.ch7.com YouTube :    / @ch7hdnews   Facebook :   / ch7hdnews   Instagram :   / ch7hd   X : https://x.com/ch7hd TikTok :   / ch7hd_news