Перейти к содержимому

เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ดอกไม้สีทองแห่งทะเลทราย

Floral displays

0:00 / 0:00

เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ดอกไม้สีทองแห่งทะเลทราย

116 просмотров · 2 недели назад
Floral displays
80 подписчиков
116 просмотров · 2 недели назад
ท่ามกลางผืนดินแห้งแล้งของทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา พื้นที่ซึ่งต้องเผชิญกับแสงแดดจัด อุณหภูมิสูง และช่วงเวลายาวนานโดยแทบไม่มีฝน กลับมีดอกไม้สีเหลืองสดชนิดหนึ่ง ชูดอกขึ้นเหนือใบสีเทาเงิน และสามารถเบ่งบานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนไม่เอื้ออำนวยต่อชีวิต ดอกไม้ชนิดนี้คือ เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) หรือที่เราเรียกว่า ดาวเรืองทะเลทราย ชื่อสกุล Baileya ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ เจคอบ วิตแมน เบลีย์ (Jacob Whitman Bailey) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันสกุล Baileya มีชนิดที่ได้รับการยอมรับอยู่ 3 ชนิด และ Baileya multiradiata เป็นชนิดที่มีการกระจายพันธุ์กว้างและพบได้มากที่สุดในสกุล ส่วนคำว่า multiradiata สื่อถึงดอกย่อยวงนอกจำนวนมากที่แผ่ออกจากใจกลางคล้ายรัศมี และหากมองดอกสีเหลืองดอกหนึ่งให้ใกล้ขึ้น สิ่งที่เราเรียกว่า “ดอก” เพียงดอกเดียว แท้จริงแล้วคือช่อดอกแบบกระจุกแน่น (Flower Head) ที่ประกอบขึ้นจากดอกย่อยจำนวนมาก บริเวณรอบนอกมีดอกย่อยวงนอก (Ray Florets) ประมาณ 35–55 ดอก ขณะที่บริเวณใจกลางประกอบด้วยดอกย่อยวงใน (Disc Florets) ขนาดเล็กมากกว่าหนึ่งร้อยดอก ดอกสีเหลืองที่ดูเหมือนดอกเดียว จึงอาจประกอบขึ้นจากดอกย่อยมากกว่าร้อยดอกบนพื้นที่เล็ก ๆ แต่ความพิเศษของเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ไม่ได้อยู่เพียงบนดอก ใบของพืชชนิดนี้มีสีเขียวอมเทาจนเกือบเป็นสีเงิน และมีขนพืช (Trichomes) สีขาวขนาดเล็กปกคลุมอยู่หนาแน่น ขนเหล่านี้มีส่วนช่วยสะท้อนรังสีจากแสงอาทิตย์ ลดความร้อนบริเวณผิวใบ และช่วยลดการสูญเสียน้ำ สีเทาเงินที่ดูสวยงามจึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวสำหรับชีวิตกลางทะเลทราย และสิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อจังหวะชีวิตอย่างมากก็คือ ฝน เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) สามารถออกดอกต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน โดยช่วงการออกดอกเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณฝน เมื่อความชื้นกลับคืนสู่ผืนดิน การเจริญเติบโตและการออกดอกก็เพิ่มขึ้น ทำให้สีเหลืองสดปรากฏเด่นขึ้นท่ามกลางภูมิประเทศอันแห้งแล้ง และเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ที่พบในช่วงเวลาต่างกัน อาจไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกันเสียทีเดียว ดอกที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงสามารถมีหัวดอกเล็กลง จำนวนดอกย่อยวงนอก (Ray Florets) ลดลง และก้านดอกสั้นลง จนบางครั้งมีรูปลักษณ์คล้ายกับญาติอีกชนิดหนึ่งในสกุลเดียวกัน ท่ามกลางทะเลทราย ดอกสีเหลืองเหล่านี้ยังเป็นแหล่งอาหารของผึ้งพื้นเมือง (Native Bees) ผีเสื้อ และแมลงหลายชนิด และมีผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) อย่างใกล้ชิด ตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืนเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold Moth) ใช้หัวดอกของ Baileya multiradiata เป็นแหล่งอาหารและพื้นที่สำหรับการเจริญเติบโต เมื่อดอกโรยและพัฒนาเป็นเมล็ด เมล็ดที่เหลืออยู่ยังสามารถกลายเป็นอาหารของนกที่เข้ามาหากินในพื้นที่ได้อีกด้วย แต่นอกจากบทบาทในธรรมชาติแล้ว มนุษย์ยังเคยใช้เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ในรูปแบบที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง มีบันทึกทางชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ (Ethnobotany) ว่า ชาวเวสเทิร์นเคเรส (Western Keres) เคยนำพืชชนิดนี้มาถูบริเวณใต้รักแร้ เพื่อใช้เป็นสารระงับกลิ่นกายตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ขณะที่กลุ่มเจเมซ (Jemez) มีบันทึกการนำเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ไปผสมกับดินเหนียว สำหรับใช้ทำอิฐดินดิบ (Adobe) และงานฉาบผนัง พืชเล็ก ๆ กลางทะเลทรายจึงเคยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งทั้งในชีวิตประจำวันและสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์ แต่การที่มนุษย์เคยใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ ไม่ได้หมายความว่าเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) จะปลอดภัยสำหรับสัตว์ทุกชนิด มีรายงานว่าเดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) สามารถเป็นพิษต่อปศุสัตว์ โดยเฉพาะแกะและแพะ พืชชนิดนี้มีสารอย่าง พอซิน (Paucin) และ ไฮมีนอกซอน (Hymenoxon) เมื่อแกะหรือแพะได้รับพิษ อาการที่มีรายงาน ได้แก่ น้ำลายเป็นฟองสีเขียว อ่อนแรง หัวใจเต้นเร็ว และขาสั่น ปัจจุบัน เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) ยังได้รับความนิยมในการจัดสวนแบบใช้น้ำน้อย (Xeriscaping) แนวคิดการจัดสวนโดยเลือกใช้พืชที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม เพื่อลดความต้องการใช้น้ำ และบทบาทของดอกไม้ชนิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงสวนส่วนตัว ในรัฐแอริโซนา (Arizona) เดสเสิร์ตแมริโกลด์ยังปรากฏอยู่ในบัญชีพืชใช้น้ำน้อยและทนแล้งของหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ รวมถึงได้รับการแนะนำในการจัดภูมิทัศน์ที่ช่วยลดการใช้น้ำในบางเมือง จากดอกไม้ป่ากลางทะเลทราย จึงกลายมาเป็นหนึ่งในพืชที่มีบทบาทในการอนุรักษ์น้ำของเมืองยุคใหม่ ดอกไม้ชนิดนี้ชอบแสงแดดเต็มวัน (Full Sun) ทนความแห้งแล้ง และเหมาะกับดินทราย ดินกรวด หรือดินที่ระบายน้ำได้รวดเร็ว เพราะสิ่งที่เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) รับมือได้ดีคือความแห้งแล้ง ไม่ใช่ความชื้นแฉะและน้ำขัง การขยายพันธุ์สามารถทำได้ด้วยเมล็ด และในพื้นที่เหมาะสมยังสามารถเกิดต้นรุ่นใหม่ขึ้นเองตามธรรมชาติได้ เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) อาจไม่มีตำนานยิ่งใหญ่ เรื่องราวของเทพเจ้า หรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่โด่งดังเหมือนดอกไม้บางชนิด แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงบนผืนทะเลทรายก็พิเศษไม่แพ้กัน ตั้งแต่รูปลักษณ์ที่ช่วยรับมือกับความร้อนและความแห้งแล้ง ความสัมพันธ์กับสัตว์ในทะเลทราย ไปจนถึงภูมิปัญญาของมนุษย์ที่นำพืชชนิดนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดเกิดขึ้นกับดอกไม้เล็ก ๆ ชนิดหนึ่ง ที่เลือกพื้นที่ซึ่งร้อน แห้ง และขาดแคลนน้ำเป็นบ้าน และยังคงชูดอกสีเหลืองสดขึ้นเหนือผืนดิน ทุกครั้งที่สภาพแวดล้อมเปิดโอกาสให้เบ่งบาน นี่คือ เดสเสิร์ตแมริโกลด์ (Desert Marigold) — Baileya multiradiata ดอกไม้สีทองแห่งทะเลทราย กดติดตาม Floral Displays แล้วมาร่วมทำความรู้จักเรื่องราวของดอกไม้สวย ๆ จากทั่วโลกไปด้วยกันนะคะ #เดสเสิร์ตแมริโกลด์ #DesertMarigold #ดาวเรืองทะเลทราย #ดอกไม้ทะเลทราย #ดอกไม้น้ำน้อย