รู้ เป็นอิสระ 5พย68 การเข้าสอบ การดูใจ การไม่สำคัญว่า“รู้”นี้เป็นเรา พระอาจารย์ยันต์ ธีรปัญโญ
สติ รู้กาย ดูจิต C Dedo
0:00 / 0:00
รู้ เป็นอิสระ 5พย68 การเข้าสอบ การดูใจ การไม่สำคัญว่า“รู้”นี้เป็นเรา พระอาจารย์ยันต์ ธีรปัญโญ
2 092 просмотра · 11 месяцев назад
สติ รู้กาย ดูจิต C Dedo
4,19 тыс. подписчиков
2 092 просмотра · 11 месяцев назад
วัดป่าวังแข้ อ.นายูง จ.อุดรธานี
สนใจสนทนาสอบถามธรรมมะโดยตรงกับพระอาจารย์ที่เบอร์โทร 064-1687873
และไลน์“ไม่มีเรา ไม่มีเขา” ใช้ไลน์ไอดีคือเลขเบอร์โทร
มีไม่มี ไม่มีมี นั่นคืออะไร ถ้าใครรู้แจ่มแจ้ง เห็นความเป็นจริงในธรรมข้อนี้อยู่ตลอดเวลา อัตตาตัวตนของบุคคลนั้นจะหายไป จิตจะหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารได้เลยนะ
แต่ท่านจะต้องเข้าใจด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่ไปนั่งคิดเอาเองนะ
อันดับแรก จะต้องฝึกตั้งสติรู้สึกตัวให้ต่อเนื่อง เวลานั่งสมาธิอย่านั่งเอาความสงบ ให้ท่านทั้งหลาย นั่งฝึกสติรู้สึกตัวให้มากๆ ทำตัวรู้ให้มีกำลัง ด้วยการรู้สึกตัวต่อเนื่อง อย่าให้รู้ไหลไปกับเรื่องอดีต อนาคต
ฝึกให้รู้อยู่กับปัจจุบัน ดูลมเข้า ลมออก เวลาขยับกายในการทำงาน ให้มีสติดูใจหรือจิตตสังขารไปด้วย เมื่อเห็นอาการคิดปรุง สุข ทุกข์ รู้ก็แค่รู้อยู่เฉยๆ
ท่านทั้งหลายต้องฝึกอย่างนี้ให้มากๆ จนรู้มีกำลัง รู้จะตื่นอยู่ตลอดเวลา เป็นมหาสติ รู้ตัวนี้จะไม่มีกลางวัน ไม่มีกลางคืน ตื่นตัวรู้อยู่ตลอดจนนอนไม่ค่อยหลับเลยทีเดียว ในขณะที่จิตผู้รู้ตื่น จิตผู้รู้จะไม่ไหลไปกับความคิด ความรู้สึกที่มากระทบ
ความคิดและ อารมณ์ ความรู้สึกจะน้อยลง เมื่อนั้นท่านถึงจะเห็น *ตัวจิตเดิมแท้*จริงๆ
ตัวจิตเดิมแท้จะนิ่งๆ โล่งๆ เบาๆ เมื่อท่านปฏิบัติมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว ท่านจะรู้สึกสบาย แต่งานของท่านยังไม่เสร็จนะ
ท่านจะต้องดูและรู้ไปที่จิตเดิมแท้ต่อไป เพื่อแยกผู้รู้ออกมาจากจิตเดิมแท้ เมื่อท่านดูจิตเดิมแท้ไปมาก และดูให้ได้ทุกขณะจิต ท่านจะเห็นอาการของจิต ที่สว่างไสวบ้าง เศร้าหมองบ้าง ซึ่งนั่นมันคือธรรมชาติของจิต ท่านอย่าไปตกใจว่าเราทำผิดหรือเปล่า ท่านแค่ดูและรู้จิตเดิมแท้อย่างเดียว ผลที่จะเกิดคือ
1. ท่านจะเห็นธรรมชาติของจิต ย่อมมีเศร้าหมองและผ่องใสสลับกันไปเป็นธรรมดา
2. ท่านจะได้แยกธาตุรู้ออกมาจากจิตเดิมแท้ได้
เมื่อจิตผู้รู้ รู้ความเป็นจริง ของกาย เขาก็มีอยู่ของเขา ใจเขาก็มีอยู่ของเขา ความคิดความรู้สึก อาการต่างๆเหล่านี้ ความเป็นจริงเขาก็มีอยู่ แม้แต่ตัวจิตเดิมแท้เขาก็มีอยู่ แต่ผู้รู้ ไม่ได้เข้าไปยึดเอาเป็นเจ้าของ ไม่ยึดเอาขันธ์5 รู้และฝึกจนปล่อยได้แล้ว ไม่ยึดจิตเดิมแท้ ฝึกรู้ความจริงและดูอยู่เฉยๆจนปล่อยได้แล้ว
สุดท้ายขันธ์เขาก็เป็นขันธ์ เขาก็มีอยู่แต่กลับเหมือนไม่มี เพราะไม่มีเราไปยึดเป็นเจ้าของ จิตเดิมแท้เขาก็มีอยู่ แต่ไม่มีผู้รู้เข้าไปยึดเอาเป็นเจ้าของ นี่แหละสภาวะที่ว่า
มีไม่มี ไม่มีมี แปลว่าอย่างนี้นี่เอง ขันธ์5ก็มี จิตเดิมแท้ก็มี รู้ก็มี แต่ไม่มีเรา แล้วจิตผู้รู้ จะกลายเป็นธาตุรู้ รู้รอบครอบกาย ครอบจิตอยู่ตลอดเวลา นั่นแหละคือ สภาวะของนักปฏิบัติที่ พ้นสุข พ้นทุกข์ได้แล้ว ไม่กลับมาเกิดแก่เจ็บตายอีกแล้ว ผู้รู้แหลือแต่รู้ ที่ไม่ใช่ของเราแล้ว กลายเป็น ธรรมธาตุ ไปเสียแล้ว เราเลยไม่มี หายไปเลย ไม่มีเรา ไม่มีเขา เลยจบ...
พระธีรนันท์ ธีรปัญโญ
วัดป่าวังแข้ อ.นายูง จ.อุดรธานี