Перейти к содержимому

ดอกทานตะวัน (Sunflower)ดอกไม้ที่ไม่ได้ไล่ตามดวงอาทิตย์ตลอดชีวิต และเคยเติบโตอยู่นอกโลก

Floral displays

0:00 / 0:00

ดอกทานตะวัน (Sunflower)ดอกไม้ที่ไม่ได้ไล่ตามดวงอาทิตย์ตลอดชีวิต และเคยเติบโตอยู่นอกโลก

162 просмотра · 3 дня назад
Floral displays
84 подписчика
162 просмотра · 3 дня назад
ทานตะวันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus annuus คำว่า Helianthus มาจากภาษากรีก Helios หมายถึง “ดวงอาทิตย์” และ Anthos หมายถึง “ดอกไม้” จึงมีความหมายตรงตัวว่า “ดอกไม้แห่งดวงอาทิตย์” การเคลื่อนตามดวงอาทิตย์ของทานตะวันเรียกว่า heliotropism และเกิดขึ้นเด่นชัดในช่วงที่ต้นยังเจริญเติบโต ตอนเช้ายอดและช่อดอกอ่อนจะหันไปทางทิศตะวันออก จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนไปทางทิศตะวันตกตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทานตะวันกลับไม่ได้หยุดนิ่ง ในช่วงกลางคืนยอดจะค่อย ๆ เคลื่อนกลับจากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเช้าวันใหม่ การเคลื่อนไหวกลับนี้เกิดขึ้นแม้ไม่มีดวงอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้า เพราะทานตะวันมีนาฬิกาชีวภาพ หรือ circadian clock ช่วยควบคุมจังหวะการเคลื่อนไหว ภาพที่เราเห็นอาจทำให้รู้สึกว่าหัวทานตะวันกำลังหมุนตามดวงอาทิตย์ แต่กลไกจริงไม่ได้เกิดจากหัวดอกหมุนอยู่บนก้าน ในช่วงที่ต้นกำลังเจริญ ลำต้นแต่ละด้านมีอัตราการยืดตัวแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ยอดค่อย ๆ โค้งไปทางทิศตะวันตกในเวลากลางวัน ก่อนที่รูปแบบการเจริญจะเปลี่ยนในเวลากลางคืนและทำให้ยอดกลับมายังทิศตะวันออกอีกครั้ง เมื่อทานตะวันเติบโตเต็มที่ การยืดตัวของลำต้นลดลง การเคลื่อนไหวจากตะวันออกไปตะวันตกจึงค่อย ๆ หยุด และหัวดอกส่วนใหญ่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก การหันไปทางทิศตะวันออกทำให้หัวดอกได้รับแสงอาทิตย์ตั้งแต่เช้าและอุ่นเร็วกว่าดอกที่หันไปทางทิศตะวันตก งานทดลองพบว่าดอกทานตะวันที่หันตะวันออกได้รับการมาเยือนจากแมลงผสมเกสรในช่วงเช้ามากกว่า และเมื่อหัวดอกที่หันตะวันตกถูกทำให้อุ่นขึ้น ผึ้งก็เข้ามาเยี่ยมเพิ่มขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างทานตะวันกับผึ้งยังซ่อนอีกโลกหนึ่งที่มนุษย์มองไม่เห็น เพราะผึ้งและแมลงหลายชนิดสามารถมองเห็นรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV สำหรับสายตาของเรา ส่วนสีเหลืองรอบนอกของทานตะวันอาจดูค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่บริเวณเหล่านี้มีรูปแบบการสะท้อนและดูดซับรังสี UV แตกต่างกัน เมื่อมองผ่านระบบการมองเห็นของแมลงจึงเกิดเป็นลวดลายอีกแบบหนึ่ง และขนาดของบริเวณที่ดูดซับ UV ยังแตกต่างกันได้ระหว่างประชากรของทานตะวัน โดยสัมพันธ์ทั้งกับแมลงผสมเกสรและสภาพแวดล้อมที่พืชอาศัยอยู่ ดอกไม้ที่มนุษย์เห็นเป็นสีเหลืองสด จึงมีอีกภาพหนึ่งซ่อนอยู่ ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เรื่องราวของทานตะวันไม่ได้เริ่มต้นในยุโรป บ้านดั้งเดิมของดอกทานตะวัน อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มนุษย์ในอเมริกาเหนือรู้จักและเพาะปลูกทานตะวันมานานหลายพันปีก่อนการมาถึงของชาวยุโรป และยังคัดเลือกลักษณะที่ต้องการต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น ทานตะวันป่ามักแตกกิ่งและมีหัวดอกหลายหัว ต่างจากทานตะวันเพื่อการเกษตรหลายสายพันธุ์ที่ถูกคัดเลือกให้มีลำต้นหลักเด่น หัวดอกใหญ่ และผลหรือเมล็ดมีลักษณะเหมาะกับการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ สำหรับชนพื้นเมืองบางกลุ่ม เมล็ดทานตะวันถูกนำมาใช้เป็นอาหาร บดเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ และใช้ผลิตน้ำมัน ขณะที่ส่วนต่าง ๆ ของพืชยังถูกใช้เป็นแหล่งของสีและเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของบางกลุ่ม ทานตะวันยังปรากฏอยู่ในโลกแห่งความเชื่อ ในบันทึกชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์เกี่ยวกับชาว Zuni มีการกล่าวถึงทานตะวันในบริบทของพิธีกรรมและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียกฝน ส่วนบันทึกเกี่ยวกับ Teton Dakota มีการเชื่อมโยงช่วงเวลาที่ทานตะวันเติบโตสูงและออกดอกกับช่วงที่ฝูงไบซันมีสภาพสมบูรณ์ ทานตะวันยังมีชื่อเสียงในเรื่อง การใช้พืชช่วยจัดการสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม จนเกิดเรื่องเล่าแพร่หลายว่าทานตะวันสามารถใช้กำจัดสารกัมมันตรังสีหลังเหตุการณ์ Chernobyl และ Fukushima แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น หลังอุบัติเหตุ Fukushima มีการทดลองปลูกทานตะวันเพื่อดึงซีเซียมกัมมันตรังสีออกจากดิน แต่ผลที่ได้ไม่ได้แสดงประสิทธิภาพสูงอย่างที่คาดหวัง ดังนั้นความสามารถในการสะสมสารบางชนิด จึงไม่ได้หมายความว่าทานตะวันจะสามารถฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากอยู่กับมนุษย์มาหลายพันปี และเดินทางจากอเมริกาเหนือไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ทานตะวันยังเดินทางไปไกลกว่านั้นอีก ในปี 2012 นักบินอวกาศ NASA Don Pettit ซึ่งปฏิบัติงานอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ได้ปลูกพืชหลายชนิดระหว่างภารกิจ และหนึ่งในนั้นคือทานตะวัน การปลูกครั้งนั้นเป็นกิจกรรมทดลองส่วนตัวของเขาระหว่างปฏิบัติงาน ไม่ใช่การทดลองทานตะวันอย่างเป็นทางการของ NASA แต่ภาพของทานตะวันที่เติบโตอยู่บนสถานีอวกาศก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี พืชที่มีต้นกำเนิดในอเมริกาเหนือ ถูกมนุษย์เพาะปลูกและคัดเลือกมาหลายพันปี เดินทางข้ามมหาสมุทรไปยังยุโรป กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในรัสเซีย กระจายไปทั่วโลก และในที่สุดก็เดินทางออกไปนอกโลก บางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับทานตะวัน จึงอาจไม่ใช่เพียงการที่มันสามารถไล่ตามดวงอาทิตย์ได้ แต่อาจเป็นการที่เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต มันไม่จำเป็นต้องไล่ตามดวงอาทิตย์อีกต่อไป เพียงยืนอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม และรอให้แสงเดินทางกลับมาหาอีกครั้ง กดติดตาม Floral Displays แล้วมาร่วมทำความรู้จักเรื่องราวของดอกไม้สวย ๆ จากทั่วโลกไปด้วยกันนะคะ #SunFlower #ดอกทานตะวัน