Перейти к содержимому

เรียนจบคณะเดียวกัน ทำไมบางคนได้เงินเดือนมากกว่า2เท่า? ทำยังไงให้มีโอกาสเป็น Top 3% ของสายอาชีพ

เป้ แนะแนวการศึกษาและอาชีพ

0:00 / 0:00

เรียนจบคณะเดียวกัน ทำไมบางคนได้เงินเดือนมากกว่า2เท่า? ทำยังไงให้มีโอกาสเป็น Top 3% ของสายอาชีพ

337 просмотров · 10 дней назад
เป้ แนะแนวการศึกษาและอาชีพ
95,4 тыс. подписчиков
337 просмотров · 10 дней назад
เรียนจบคณะเดียวกัน ได้วุฒิปริญญาตรีเหมือนกัน แต่ทำไมเด็กจบใหม่บางคนได้เงินเดือน 18,000 บาท ขณะที่อีกคนได้รับข้อเสนอถึง 32,000–35,000 บาท? ทั้งที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานเหมือนกัน อะไรทำให้ค่าตัวต่างกันเกือบ 2 เท่า? เป็นเพราะเกรดเฉลี่ย ชื่อเสียงมหาวิทยาลัย ภาษาอังกฤษ ประสบการณ์ฝึกงาน Connection หรือความสามารถในการเลือกบริษัทที่ให้ค่าตอบแทนสูงตั้งแต่เริ่มต้น? และถ้าอยากเพิ่มโอกาสก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่ม Top 3% ของสายอาชีพ เราควรเตรียมตัวอย่างไร? คลิปนี้พี่เป้จะชวนวิเคราะห์ผ่าน 3 กรณีศึกษาที่มีเส้นทางชีวิตแตกต่างกัน เพื่อให้เห็นว่าความสำเร็จในอาชีพไม่ได้ขึ้นอยู่กับใบปริญญาเพียงอย่างเดียว กรณีที่ 1 — วิศวกรรมไฟฟ้า ได้ข้อเสนอเงินเดือน 35,000 บาทก่อนรับปริญญา น้องอั๋นเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) จบด้วย GPA 3.78 เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง นอกจากผลการเรียนที่ดี น้องยังวางแผนเก็บหน่วยกิตจนเรียนครบก่อนกำหนด และพยายามหาโอกาสฝึกงานจนสะสมประสบการณ์ได้ประมาณ 6–8 เดือน อะไรทำให้น้องเตรียมความพร้อมแตกต่างจากนักศึกษาทั่วไป? ประสบการณ์จริงมีผลต่อการได้รับข้อเสนอเงินเดือนอย่างไร? และครอบครัวสามารถช่วยลูกสร้างความได้เปรียบตั้งแต่ยังเรียนได้อย่างไร? กรณีที่ 2 — จบบัญชีจุฬาฯ GPA 2.44 แต่สุดท้ายได้เข้าทำงานที่ KPMG พี่เป้จะเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ตั้งแต่เรียนจบบัญชีด้วยเกรดเฉลี่ย 2.44 สมัครงาน Big 4 แล้วไม่ได้รับคัดเลือก ก่อนเริ่มทำงานที่ BDO หลังจากสะสมประสบการณ์และได้รับข้อมูลโอกาสงานผ่านเครือข่ายเพื่อนร่วมรุ่น จึงมีโอกาสเข้าสู่สาย IT Audit ของ KPMG กรณีนี้สะท้อนว่าเกรดเฉลี่ยมีความสำคัญต่อการสมัครงานบางตำแหน่ง แต่ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตทั้งหมด คนที่เริ่มต้นไม่โดดเด่น ยังสามารถพัฒนาความสามารถ ใช้ประสบการณ์จากงานแรก และสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพเพื่อเปิดโอกาสใหม่ได้อย่างไร? กรณีที่ 3 — นายอาร์ม (9arm) จากวิศวกรรมไฟฟ้า มทส. สู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก จากการเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สู่การศึกษาปริญญาเอกด้าน Computer Science ที่ University of Tennessee, Knoxville ในสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้าสู่เส้นทางการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ HPE และ AMD เส้นทางนี้แสดงให้เห็นอีกมุมหนึ่งของการพัฒนาอาชีพ ทั้งการต่อยอดความรู้ข้ามสาขา การสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการเข้าถึงตลาดแรงงานที่แตกต่างจากเดิม คนที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังหรือไม่มีโอกาสเรียนต่อต่างประเทศ จะนำบทเรียนอะไรไปปรับใช้ได้บ้าง? ประเด็นสำคัญที่เราจะคุยกันในคลิปนี้ ทำไมเด็กจบใหม่จากคณะเดียวกันจึงได้รับเงินเดือนแตกต่างกันมาก? GPA ชื่อมหาวิทยาลัย ภาษาอังกฤษ และประสบการณ์ฝึกงาน มีผลต่อโอกาสสมัครงานอย่างไร? นักศึกษาปี 1–4 ควรสะสมทักษะ ผลงาน และประสบการณ์อะไรบ้างก่อนเรียนจบ? ถ้าเกรดไม่สูง ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยดัง หรือไม่มี Connection จะเพิ่มโอกาสของตัวเองได้อย่างไร? พ่อแม่ควรสนับสนุนลูกด้านไหน นอกจากการส่งเรียนพิเศษและคาดหวังให้ได้เกรดดี? คนที่เริ่มงานด้วยเงินเดือนต่ำหรือทำงานในบริษัทเล็ก จะขยับไปสู่บริษัทและตำแหน่งที่ดีกว่าได้อย่างไร? ถ้าอยากเป็นบุคลากรที่มีมูลค่าสูงในตลาดแรงงาน ควรพัฒนาตัวเองอย่างไรให้แตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น? สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรียนจบจากที่ไหน แต่คือเมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน เรามีความสามารถและผลงานอะไรที่ทำให้นายจ้างเห็นคุณค่า การเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปีจึงไม่ควรมีเป้าหมายเพียงการได้รับปริญญา แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญของการสะสมทักษะ ประสบการณ์ และโอกาสทางอาชีพ ขณะเดียวกัน คนที่เริ่มต้นด้วยเงินเดือนต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้น้อยไปตลอดชีวิต เพราะเส้นทางอาชีพยังเปลี่ยนแปลงได้จากการพัฒนาทักษะ การเก็บประสบการณ์ และการเลือกโอกาสที่เหมาะสม คลิปนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง เด็กจบใหม่ และคนทำงานที่ต้องการวางแผนสร้างความก้าวหน้าและเพิ่มโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่ดีขึ้นในอนาคต หมายเหตุ: Top 3% เป็นเป้าหมายเชิงแนวคิดในการสร้างความได้เปรียบทางอาชีพ การจะยืนยันว่าใครอยู่ในกลุ่มสูงสุด 3% จริง ต้องมีข้อมูลสถิติ เกณฑ์วัด และกลุ่มเปรียบเทียบที่ชัดเจน ไม่สามารถใช้เพียงเงินเดือนสูงหรือการทำงานในบริษัทชั้นนำมายืนยันได้ รายละเอียดเพิ่มเติม https://peyconsulting.com หรือทัก Inbox เพจ พี่เป้ แนะแนว